แคนม้งกับความเชื่อของชาติพันธุ์ม้ง: กรณีศึกษา พื้นที่ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
แคนม้ง, ความเชื่อ, กลุ่มชาติพันธ์ุบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการนำแคนม้งมาใช้ในพิธีกรรมและความเชื่อตั้งแต่เกิด-ตาย โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ซึ่งทำการเก็บข้อมูลกับผู้ให้ข้อมูล 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแคนม้ง และคนในชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การสืบทอดวัฒนธรรมดนตรีแคนม้งของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในพื้นที่ภูทับเบิก มีมาตั้งแต่ยุคสมัยรุ่นปู่ย่าตาทวดที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 100 ปี และมีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาเป็นรุ่น ๆ ถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่มอบให้กับลูกหลาน เครื่องดนตรีแคนม้งถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสื่อสารกับวิญญาณบรรพบุรุษ การบรรเลงบทเพลงในการเป่าแคนม้งประกอบด้วย 2 เพลง คือ 1) เพลงที่ใช้ส่งดวงวิญญาณในพิธีกรรมงานศพ สื่อความหมายถึงสายสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับโลกแห่งจิตวิญญาณ และ 2) เพลงเป่าเพื่อความบันเทิง เช่น งานปีใหม่ม้ง งานแต่งงาน เป็นต้น ถึงแม้ในงานพิธีต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรมภายในชุมชนในหลายมิติ แต่ความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่มีการนำเครื่องดนตรีแคนม้งเข้ามามีใช้ในพิธีงานศพยังคงดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น จากความเชื่อในเรื่องของวิญญาณซึ่งเชื่อกันว่าหากมีผู้คนเสียชีวิตลงต้องมีการเล่นแคนม้งในงานศพทันที เพราะการเป่าแคนม้งจะสามารถติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตได้ และเสียงเพลงจากแคนม้งจะชี้เส้นทางให้กับดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตได้ไปอยู่กับบรรพบุรุษหรือสรวงสวรรค์ โดยปัจุบันพบว่าในพื้นที่ภูทับเบิกมีผู้ที่สามารถเป่าแคนม้งในพิธีกรรมได้มีจำนวนลดลงและคนรุ่นใหม่ไม่นิยมสืบทอด ดังนั้นจึงควรมีการอนุรักษ์และส่งเสริมการเล่นเครื่องดนตรีแคนม้งให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และควรมีการจัดทำแหล่งเรียนรู้และห้องนิทรรศการสำหรับเครื่องดนตรีแคนม้งเพิ่มเติมในชุมชนให้สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชม
คำสำคัญ: แคนม้ง ความเชื่อ กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2558). แผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (พ.ศ.2558 – 2560). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เกียรติยศ เฉลิมพงษ์ และ เทพิกา รอดสการ. (2565). การศึกษาดนตรีในพิธีศพชาวม้ง ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร. 5(1): 2-14. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://so02.tci thaijo.org/index.php/ISSC/article/view/252181/171366
บุญลอย จันทร์. (2546). ดนตรีชาวเขาเผ่าม้ง หมู่บ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. (ปริญญานิพนธ์).
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2566 เข้าถึงได้จาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ethno/Boonloy_J.pdf
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. วัฒนธรรม. (2566). สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2566 เข้าถึงได้จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/วัฒนธรรม
วิศัลย์ โฆษิตานนท์. (2560). ชนเผ่าม้ง บ้านเข็กน้อย. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://wisonk.wordpress.com/2017/12/17/ชนเผ่าม้ง-บานเข็กน้อย/
วศิน ปัญญาวุธตระกูล วารัชต์ มัธยมบรุษ และณัฐชัย อ่ำทอง. (2561). พัฒนาการและแนวทางการจัดการการ
ท่องเที่ยวชุมชนบนพื้นที่สูงภูลมโลและพื้นที่เชื่อมโยง. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์ 3.
รัดเกล้า เปรมประสิทธิ์. (2563). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์การศึกษาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร
รัดเกล้า เปรมประสิทธิ์. (2566). การใช้ทุนการดำรงชีพเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว: กรณีศึกษาพื้นที่ภูทับเบิก
อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารปาริชาต, 36(4):142 – 160. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2566 เข้าถึงได้จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/view/265462/179877
Gao Jingjing และ อิมธิรา อ่อนคำ. (2564). วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง: กรณีศึกษาบ้านแม่สาใหม่ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 16(1): 28. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2566 เข้าถึงได้จากhttps://so04.tcithaijo.org/index.php/larhcu/article/view/247267/171140
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวารสารวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นก่อนเท่านั้น