ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินในการแสวงหาข้อเท็จจริง: ศึกษากรณีเรือนจำ
-
คำสำคัญ:
ผู้ตรวจการแผ่นดิน , การแสวงหาข้อเท็จจริง , เรือนจำบทคัดย่อ
บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินในการแสวงหาข้อเท็จจริงภายในเรือนจำ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงเอกสาร ศึกษาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 กฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง และเปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสวีเดน ประเทศนิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร
จากการศึกษาพบปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ ประการแรก ปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจในการเข้าตรวจสอบเรือนจำโดยไม่แจ้งล่วงหน้า กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถ
เข้าตรวจสอบเรือนจำโดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้หรือไม่ อันเป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงที่เป็นธรรม เนื่องจากการแจ้งล่วงหน้าอาจทำให้พยานหลักฐานถูกปรับเปลี่ยนหรือทำลาย ประการที่สอง ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงและการรักษาพยานหลักฐาน เอกสารในเรือนจำมีการจำกัดการเข้าถึงและต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติหลายระดับ ซึ่งอาจใช้เวลานานและเปิดโอกาสให้มีการปรับแต่งหรือคัดกรองเอกสารก่อนการตรวจสอบ ประการที่สาม ปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานบุคคลในเรือนจำ กฎหมายไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนในการคุ้มครองผู้ต้องขังที่ให้ข้อมูลหรือเป็นพยานต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
การศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศพบว่า ประเทศสวีเดนซึ่งเป็นประเทศต้นแบบของระบบผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการวางรากฐานในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐอย่างเข้มแข็ง ขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์และสหราชอาณาจักรมีมาตรการทางกฎหมายที่เอื้อต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงในสถานปิดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะประเทศนิวซีแลนด์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเข้าตรวจสอบเรือนจำโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า มีอำนาจเข้าถึงเอกสารและพยานหลักฐานอย่างเสรี รวมถึงระบบของต่างประเทศที่มีกลไกการประสานงานถ่วงดุลและการคุ้มครองพยานที่ชัดเจน ทำให้การตรวจสอบความโปร่งใสในเรือนจำมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
จึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 3 ประการ โดยอาศัยหลักการและแนวทางจากประเทศต้นแบบและกฎหมายต่างประเทศที่ศึกษา ได้แก่ (1) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 มาตรา 25 ให้บัญญัติชัดเจนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเข้าตรวจสอบเรือนจำโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า (2) กำหนดกลไกการเข้าถึงพยานหลักฐานที่ชัดเจน โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าถึงเอกสารและพยานหลักฐานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อน และ (3) ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการให้ความคุ้มครองพยานที่เป็นผู้ถูกคุมขังหรือผู้ถูกกักกันในคดีอาญาในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้ครอบคลุมผู้ต้องขังที่ให้ถ้อยคำต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองและบทลงโทษผู้กระทำการข่มขู่พยาน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและเป็นอิสระ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในสภาวะเปราะบางได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงการร้องทุกข์ การยื่นเรื่องราวใด ๆ หรือการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของผู้ต้องขัง พ.ศ. 2563. (2563, 1 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 137(36 ก), 1–
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560. (2560, 27 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 134(131 ก), 1–25.
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560. (2560, 18 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 134(21 ก), 1–26.
ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการเยี่ยม การติดต่อของบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง และการเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ พ.ศ. 2561. (2561, 26 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 135(ตอนพิเศษ 268 ง), 14–23.
ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการให้ความคุ้มครองพยานที่เป็นผู้ถูกคุมขังหรือผู้ถูกกักกันในคดีอาญาในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2549. (2549, 12 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 123(ตอนพิเศษ 107 ง), 26–30.
ระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยการแจ้ง การร้องเรียน การแสวงหาข้อเท็จจริง และการพิจารณาเรื่องร้องเรียน พ.ศ. 2562. (2562, 1 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนพิเศษ 110 ง), 15–25.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 134(40 ก), 1–90.
Corrections Act 2004. (2004). New Zealand.
Corrections Regulations 2005 (SR 2005/53). (2005). New Zealand.
Ombudsmen Act 1975. (1975). New Zealand.
Rawls, J. (1971). A theory of justice. Cambridge, MA: Harvard University Press.
The Act with Instruction for the Parliamentary Ombudsmen (2023:499). (2023). Sweden.
United Nations. (1948). Universal declaration of human rights. New York, NY: United Nations.
United Nations. (1966). International covenant on civil and political rights. New York, NY: United Nations.
United Nations. (1984). Convention against torture and other cruel, inhuman or degrading treatment or punishment. New York, NY: United Nations
United Nations. (2002). Optional protocol to the convention against torture and other cruel, inhuman or degrading treatment or punishment. New York, NY: United Nations.
United Nations. (2015). United Nations standard minimum rules for the treatment of prisoners (the Nelson Mandela Rules). New York, NY: United Nations.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวารสารวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยการจัดการและพัฒนาท้องถิ่นก่อนเท่านั้น