การดำรงอยู่และการเปลี่ยนผ่านของหัตถกรรมไม้แกะสลักในชุมชนกิ่วแลน้อย อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • อิทธิพงษ์ ทองศรีเกตุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ https://orcid.org/0000-0002-7893-0174
  • ธนิยาภรณ์ ศรีหาตา สาขาวิชานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

คำสำคัญ:

หัตถกรรมไม้แกะสลัก, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, การเปลี่ยนผ่านของหัตถกรรม, ชุมชนกิ่วแลน้อย, จังหวัดเชียงใหม่

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำรงอยู่และการเปลี่ยนผ่านของหัตถกรรมไม้แกะสลักในชุมชนกิ่วแลน้อย อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับสมาชิกกลุ่มหัตถกรรมไม้แกะสลักในชุมชนกิ่วแลน้อย จำนวน 70 คน ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา

ผลการศึกษาพบว่า หัตถกรรมไม้แกะสลักในชุมชนกิ่วแลน้อยยังคงดำรงอยู่ในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดผ่านระบบเครือญาติและการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยช่างฝีมือส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีประสบการณ์ในการแกะสลักไม้ยาวนานมากกว่า 30 ปี ผลิตภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญส่วนใหญ่เป็นการแกะสลักรูปสัตว์ โดยเฉพาะรูปช้างซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชุมชน อย่างไรก็ตามหัตถกรรมไม้แกะสลักกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้ การขาดแคลนช่างฝีมือรุ่นใหม่ และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักในชุมชนมีความพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านทั้งด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการตลาด ต่อยอดคุณค่าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก มีประโยชน์ใช้สอย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ตลอดจนการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเผยแพร่และขยายโอกาสทางการตลาด ทั้งนี้ การดำรงอยู่และการเปลี่ยนผ่านของหัตถกรรมไม้แกะสลักมิใช่กระบวนการที่แยกขาดจากกัน หากแต่เป็นกระบวนการปรับตัวของชุมชนในการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และแนวคิดการพัฒนา เพื่อให้หัตถกรรมไม้แกะสลักสามารถดำรงอยู่ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจภายใต้บริบทสังคมร่วมสมัย

เอกสารอ้างอิง

กมล บุญเขตและคณะ.(2557). การสร้างทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ผ่านความหลากหลายทางชาติพันธุ์.รายงานการวิจัย สาขาวิชานาฎศิลป์และการละคร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์.

กันยรัตน์ สอนคง อนุชัย รามวรังกูร และนลินรัตน์ รักกุศล. (2557). กระบวนการถ่ายทอดความรู้หัตถกรรมท้องถิ่น: กรณีศึกษาการทำตะกร้าหวายลายพิกุล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.21(2): 95-114.

จันทร์ เจริญสุข.(2558). แนวทางการจัดการความรู้ของธุรกิจชุมชนบ้านกิ่วแลน้อยและบ้านกิ่วแลหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต.3 (1): 49–56.

จุติเดช สืบตระกูล. (2564).ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตหัตถกรรมไม้แกะสลักในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่. รายงานการค้นคว้าอิสระ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

ชัยวัฒน์ นันทศรี.(2560). การพัฒนาระบบฐานความรู้ด้านการแกะสลักไม้ กรณีศึกษากลุ่มช่างแกะสลักในอำเภอหางดงและสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่.วารสารวิชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, 15: 101- 120.

นพเกล้า ศรีมาตย์กุล. (2565). การศึกษาเครื่องจักสานล้านนาไทยสู่การสร้างสรรค์ศิลปะภาพพิมพ์แกะไม้เชิงทดลอง.รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นริสรา ลอยฟ้า เสาวลักษณ์ รักชอบ และปราริชาติ รื่นพงษ์พันธ์. (2563). แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเพิ่มช่องทางการตลาดผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ. ศรีสะเกษ: มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ

เนาวรัตน์ ฐิติชาญชัยกุล.(2555). ภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมการแกะสลักไม้:กรณีศึกษาสหกรณ์หัตถกรรม ผลิตภัณฑ์ไม้สันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต.กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ.

ประยุทธ สุรเดชไพบูลย์.(2539). การศึกษาการรับรู้และสภาพการดำเนินงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นของการศึกษาอำเภอในเขตการศึกษา 7. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ปริวิทย์ ไวทยาชีวะ. (2551). การศึกษากระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของช่างพื้นเมืองเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ. (2547).วาทกรรมทุนทางสังคม:กระบวนการสร้างแนวคิดและปฏิบัติการในบริบทการพัฒนาของไทย (พ.ศ.2540-2546).วิทยานิพนธ์สังคมวิทยามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

พัชรินทร์ สิรสุนทร. (2552). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

วงศกร สันคนนาภรณ์.(2559).การศึกษารากฐานทางวัฒนธรรมอำเภอสันป่าตอง เพื่อใช้เป็นแนวทางสู่กระบวนแบบคิดแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์. Veridian E-Journal,Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ.9 (3):815-289.

วิรุฬห์ นิลโมจน์. (2558). ภูมิปัญญาไทยและการจัดการความรู้ในชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมจิต พรหมเทพ.(2543). รายงานการวิจัยการใช้บริการภูมิปัญญาชาวบ้านของประชาชนชนบท.เชียงใหม่:คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่.

สังคม ศุภรัตนกุล, ดุษฎี อายุวัฒน์ และพีระศักดิ์ ศรีฤาชา. (2553). ทุนทางสังคมกับความมั่นคงด้านสุขภาพของครอบครัวในชนบท.การประชุมวิชาการการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 11. สืบค้น 6 กรกฎาคม 2563, จาก https://gsbooks.gs.kku.ac.th/53/grc11/ els/hdo8.pdf.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2544). ภูมิปัญญาไทยกับการพัฒนาการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

อังกูล สมคเนย์.(2535). สภาพและปัญหาการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้พัฒนาหลักสูตรโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี.กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อานันท์ กาญจนพันธ.(2544). มิติชุมชน วิธีคิดท้องถิ่นว่าด้วย สิทธิ อำนาจ และการจัดการทรัพยากร.กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

อุทัยวรรณ ประสงค์เงิน และรัฐไท พรเจริญ. (2567). ภูมิปัญญางานหัตถกรรมจักสานเตยปาหนันสะท้อนจิตวิญญาณชุมชน. วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิจัยและงานสร้างสรรค์.11(2):49-64.

เอกวิทย์ ณ ถลาง.(2544). ภาพรวมภูมิปัญญาไทย.กรุงเทพฯ:อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง.

Bourdieu, P. (1986) The forms of capital. Cultural theory: An anthology, 81-93.

Coleman, J. (1988). Social capital in the creation of human capital. American Journal of Sociology, 94: 95-120.

Nistor, L., Tirhas, C., & Ilut, P. (2011). Linkages Between Informal and Formal Social Capital and Their Relations with Forums of Trust. A focus on Romania.Transylvanian Review of Administrative Sciences, 7(34): 155-174.

Pichler, F., & Wallace, C. (2007). Patterns of formal and informal social capital in Europe. European Sociological Review, 23(4): 423-435.

Putnam, R. D. (1993). The prosperous community. The American Prospect,4(13): 35-42.

Son, J., & Lin, N. (2008). Social capital and civic action: A network-based approach. Social Science Research, 37(1): 330-349.

Treevanchai, S. (2003). Social Capital and the Performances of Savings Groups: A Case Study i n Songkhla. Master Degree Thesis, Faculty of Economics (English Program), Thammasat University.

Bunwong, N.(1996). Lakkarn ok Baep (Principle of Design). Bangkok, Thailand: Chulalongkon University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30