การแสดงออกของผู้ใช้บริการในพื้นที่สาธารณะผ่านบอร์ดแลกเปลี่ยนอินสตาแกรมของสำนักหอสมุดกลาง มจพ.: การวิเคราะห์เชิงสังคมและการสื่อสารในบริบทห้องสมุดมหาวิทยาลัยยุคปัญญาประดิษฐ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการแสดงออกของผู้ใช้บริการในพื้นที่สาธารณะของห้องสมุดและศึกษาบทบาทของนวัตกรรมบริการในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการสื่อสารในยุคปัญญาประดิษฐ์ที่ขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยบูรณาการการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาร่วมกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เพื่อตีความเนื้อหาที่ผู้ใช้บริการแสดงความคิดเห็นจากบอร์ดแลกเปลี่ยนอินสตาแกรมที่มีชื่อว่า “LibMePlay” โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 รายการ ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า วัตถุประสงค์หลักของการแสดงออกมุ่งเน้นไปที่ การสร้างอัตลักษณ์และตัวตนของผู้ใช้บริการ (ร้อยละ 49.3) รองลงมาคือการแสวงหาความบันเทิง (ร้อยละ 18.7) และการระบายอารมณ์หรือความเครียด (ร้อยละ 13) ผลดังกล่าวสอดรับกับข้อค้นพบที่ระบุว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ (ร้อยละ 65.3) ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางวิชาการ และมีโทนเสียงเชิงบวกหรือขบขันรวมกันคิดเป็นร้อยละ 85.7 ข้อค้นพบที่สำคัญเพิ่มเติมคือผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ (ร้อยละ 98.7) เลือกที่จะระบุชื่อหรือใช้นามแฝงของบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงระดับความไว้วางใจต่อพื้นที่ดังกล่าว โดยสรุปบอร์ดแลกเปลี่ยนอินสตาแกรมประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้านอัลกอริทึมที่ปลอดภัย ซึ่งเอื้อให้ผู้ใช้บริการสามารถสร้างและแสดงอัตลักษณ์เชิงการสื่อสารได้อย่างอิสระและเป็นธรรมชาติ ปราศจากแรงกดดันจากการวัดผลหรือกลไกการเปรียบเทียบเชิงประสิทธิภาพ ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมบริการที่มุ่งเน้นการสื่อสารเชิงสังคมเป็นกลยุทธ์สำคัญของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาวะทางดิจิทัลและสร้างชุมชนทางสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องที่ลงตีพิมพ์จะได้รับการตรวจอ่านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ความคิดเห็นและบทความที่ปรากฏในวารสารนี้ เป็นของผู้เขียนซึ่งมิใช่เป็นความคิดเห็นของคณะผู้จัดทำ และมิใช่ความรับผิดชอบของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ การนำบทความในวารสารนี้ไปตีพิมพ์ซ้ำต้องได้รับอนุญาตจากคณะผู้จัดทำ
All articles submitted for publication will be reviewed by the academic reviewers. The editorial board and TLA claim no responsibility for the content or opinions expressed by the authors of individual articles or columns in this journal. Reprinting of any articles in this journal must be permitted by the editorial board.
เอกสารอ้างอิง
Canbulut, T., and Dede, H. (2025). Redefining spaces for youth: Libraries as the new social hubs. Current Research in Social Sciences, 11(1), 225–245. https://doi.org/10.30613/curesosc.1601076
Hernández, L. (2024, October 28). Teaching critical thinking in the age of AI and social media. Enabling Learning LLC. Retrieved from https://www.enablinglearning.com/teaching-critical-thinking-in-the-age-of-ai-and-social-media/
Kimnuan, P., and Boonkham, P. (2019). The role of public space in the development of Thammasat University Rangsit Campus in 2034. Journal of Architectural/Planning Research and Studies (JARS), 16(1), 15–34. [In Thai]
Oldenburg, R. (1989). The great good place: Cafes, coffee shops, bookstores, bars, hair salons, and other hangouts at the heart of a community. New York: Paragon House.
Quantum Consumer Solutions. (2025). The anti-algorithm movement: Authenticity as our new imperative. Retrieved from https://quantumcs.com/the-anti-algorithm-movement-authenticity-as-our-new-imperative/
Sukharoj, P. (2020). Creating a learning space for cultural diversity through the Third Place concept. Journal of Community Development and Quality of Life, 8(1), 79–92. [In Thai]
Tim, Y., Cui, L., and Sheng, Z. (2021). Digital resilience: How rural communities leapfrogged into sustainable development. Information Systems Journal, 31(2), 323-345.
Wongrueang, T. (2023). The more urban, the lonelier... Getting to know third places, the loneliness-relieving spaces for city dwellers. Retrieved from https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=33857 [In Thai]