Learning achievements and english reading skill of secondary 3 students by the use of teaching methods of semantic mapping and sq4r
Keywords:
Learning Achievements, English Reading Skill, Semantic Mapping, SQ4RAbstract
The objectives of this study were 1) To compare learning achievement between learning management by using the semantic chart reading skills and SQ4R reading skills teaching; 2) To compare learning achievement, before and after learning by using the semantic chart reading skills teaching; 3) To compare learning achievement, before and after learning by using the SQ4R reading skills teaching; 4) To compare reading comprehension skills in English of the students between using the semantic chart reading skills and SQ4R reading skills teaching; 5) To compare reading comprehension skills in English, before and after learning by using the semantic chart reading skills teaching; and 6) To compare reading comprehension skills in English, before and after learning by using the SQ4R reading skills teaching. The sample group were students in Secondary 3 in the first semester of the academic year 2019 at Suraobanrai School, Bangsaothong District, Samutprakan Province, consisting of 2 rooms, totaling 60 people, which were acquired by using the classroom method as a random unit. The research instruments were 1) English Reading Learning Management Plan by using 5 semantic chart reading skills teaching plans, 2 hours each plan. 2) English Reading Teaching Management Plan by using 5 SQ4R reading skills teaching plans, 2 hours each plan. 3) The English Achievement Test, multiple choice type, 4 choices, amount 30 items. 4) Test of reading comprehension skills in English, amount 20 items. Statistics used in data analysis were the arithmetic mean, standard deviation (S.D.), the reliability of the test and the t-test independent test. The results of the study were as follow: 1) The learning achievement of students using the semantic chart reading and the SQ4R reading skills were not significantly. 2) The learning achievement of students using the semantic chart reading skills after learning was higher than before learning, statistical significance at the .05 level. 3) The learning achievement of students using the SQ4R reading skills after learning was higher than before learning, statistical significance at the .05 level. 4) Reading comprehension skills in English teaching of students using the semantic chart reading skills and those using the SQ4R reading skills were not significantly. 5) Reading comprehension skills in English teaching of students using semantic chart reading after learning was higher than before learning, statistical significance at the .05 level. 6) Reading comprehension skills in English of students using the SQ4R reading skills after learning was higher than before learning, statistical significance at the .05 level.
References
กมลพร สิบหมู่ และ ศิวะพร ภู่พันธ์. (2562). การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค SQ4R เพื่อเพิ่มผลลัพธ์การอ่านจับใจความนักเรียน : การวิเคราะห์อภิมาน. วารสารการวัดผลการศึกษา. 36 (100). 150-159.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กานต์ธิดา แก้วกาม. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่จัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบ SQ4R กับวิธีการสอนแบบปกติ. Veridian E-Journal, Silpakorn University. 7 (3). 43-56.
จิราพร หนูลาย. (2551). ผลการใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ที่มีผลต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความพึงพอใจต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโล๊ะหาร จังหวัดพัทลุง. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยทักษิณ.
ณฐมน วงศ์ทาทอง. (2560). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจด้วยเทคนิควิธีสอนอ่านแบบ SQ4R โดยใช้ข้อมูลอาเซียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร. 9 (26). 223-236.
ดุษฎี นาหาร. (2553). การพัฒนากิจกรรมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความคงทนในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วิธีการสอนอ่านแบบ SQ3R. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นิตยภัทร์ ธาราสุข. (2558). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กลวิธีสตาร์ทและแผนภูมิความหมาย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดไทร (สินศึกษาลัย). Veridian E-Journal. Silpakorn University. 8 (2). 655-668.
นภดล สันธิศิริ. (2551). การศึกษาความเข้าใจ และเจตคติในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการสอนโดยใช้แผนภูมิความหมาย. ปริญญานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง.
พัชราวรรณ จันสม. (2560). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่าน ทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษและ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการสอนแบบ เอส คิว โฟร์อาร์ (SQ4R) และ เค ดับเบิ้ลยู แอลพลัส (KWL-Plus). วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 14 (1). 257-270.
พิบูลย์ ตัญญบุตร. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบSQ4R ร่วมกับข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. 8 (1). 312-327.
พิมพ์ศา เลี่ยมพรมราช. (2558). การพัฒนาทักษะการอ่านเนื้อเรื่องภาษาอังกฤษแบบ Times Readings และการศึกษาพฤติกรรมโดยใช้กราฟศึกษาพัฒนาการทักษะการอ่านด้วยการประเมินด้วยตนเอง กรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน. วารสารการวัดผล การศึกษา. 32 (91). 58-69.
เพียงดาว ไชยสาร และ ปริณ ทนันชัยบุตร. (2560). การศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อ ความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ DR-TA ร่วมกับแผนภูมิความหมาย. วารสารศึกษาศาสตร์ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น. 11 (4). 88-97.
ผุสดีพร จันตาใหม่. (2551). การใช้กิจกรรมผังความสัมพันธ์ทางความหมายเพื่อพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประถมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รัชฎา ทับเทศ. (2556). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษตามแนวการสอนแบบอิงประสบการณ์ทางภาษาเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทางการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์. 28 (1). 122-133.
โรงเรียนสุเหร่าบ้านไร่ (2553). หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2553. สมุทรปราการ: ม.ป.ท.
วรัญนิตย์ จอมกลาง. (2557). การศึกษาความสามารถอ่านจับใจความเนื้อหาเชิงเปรียบเทียบของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ จากการสอนโดยใช้แผนผังเวนน์ร่วมกับวิธีการสอนแบบอุปนัย. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วัชนันท์ เพ่งสุข. (2560). การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนอ่านแบบ เอส คิว โฟร์ อาร์ ร่วมกับผังความคิดในวิชาภาษาไทยที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความ และเจตคติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 4 (3). 72-79.
ศศิกาญจน์ ชีถนอม. (2553). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ ภาษา(รูปแบบที่1)ที่ใช้สื่อการสอนซึ่งเน้นวัฒนธรรมท้องถิ่นกับการสอนเดิม. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 11 (1). 132-143.
สายชล ปิ่นชัยมูล. (2555). การพัฒนาชุดกิจกรรมด้วยวิธีสอนอ่านแบบ SQ4R เพื่อสร้างเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
สุภรัตน์ สท้านพล. (2554). การใช้แผนภูมิความหมายเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำลี รักสุทธี. (2553). คู่มือแก้ปัญหาการสอน การอ่านและการเขียนให้ได้ผลดี. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาการศึกษา.
อัจฉรา ประดิษฐ์. (2550). ชวนเด็กไทยให้เป็นนักอ่าน(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักงานอุทยานการเรียนรู้.
Attayib Omar (2015). Improving reading comprehension by computer-based concept maps: a case study of ESP students at Umm-Algura University. British journal of education 3.
Jaime Leigh Berry (2011). The Effects of Concept Mapping and Questioning on Students’ Organization and Retention of Science Knowledge While Using Interactive Read- Alouds. Texas A & M University.
