เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • การตรวจสอบความสอดคล้อง: บทความต้องจัดอยู่ในประเภทที่วารสารกำหนด มีเนื้อหาสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร และรูปแบบการเขียนเป็นไปตามที่กำหนด พร้อมทั้งต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นของวารสาร
  • ความเป็นต้นฉบับ: บทความต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารหรืองานประชุมวิชาการอื่น และไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในส่วนใดส่วนหนึ่งมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นบทคัดย่อ ผลการวิจัย หรือบทความฉบับเต็ม ทั้งในวารสารหรืองานประชุมวิชาการใด ๆ
  • ขั้นตอนการส่งบทความ: การจัดส่งบทความต้องเป็นไปตามกระบวนการดำเนินงานที่วารสารกำหนด
  • รูปแบบไฟล์: บทความต้องจัดทำตามแม่แบบ (Template) ของวารสารในรูปแบบไฟล์ Word และส่งผ่านระบบ ThaiJo เท่านั้น
  • จริยธรรมทางวิชาการ: ผู้นิพนธ์ต้องไม่กระทำการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) หรือผลงานของตนเอง (Self-plagiarism) และต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องทุกครั้ง
  • จริยธรรมการตีพิมพ์: ทุกขั้นตอนของการดำเนินงานต้องยึดมั่นในกรอบจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ (Publication Ethics) อย่างเคร่งครัด

การจัดรูปแบบต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์

1. ประเภทของบทความที่รับการพิจารณา

  • บทความวิจัย (Research Article): ต้องมีวัตถุประสงค์การวิจัยที่ชัดเจน ระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้อง ผลการวิเคราะห์ และข้อสรุปที่สอดคล้องกับผลการศึกษา
  • บทความวิชาการ (Academic Article): เป็นบทความเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์ หรือทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ

2. คุณสมบัติทั่วไปของบทความ

  • บทความต้องมีความทันสมัย ไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารหรืองานประชุมวิชาการอื่น
  • ต้องเขียนอย่างเป็นวิชาการ มีเหตุผลและหลักฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้
  • มีโครงสร้างที่ชัดเจน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ และเป็นไปตามรูปแบบของวารสาร

3. โครงสร้างและรูปแบบการเขียน

  • ชื่อเรื่อง (Title): กระชับ ชัดเจน และสะท้อนเนื้อหาบทความ
  • ชื่อผู้นิพนธ์และสังกัด (Authors & Affiliations): ระบุชื่อ–นามสกุล หน่วยงาน และอีเมลติดต่อของผู้นิพนธ์หลัก
  • บทคัดย่อ (Abstract): ความยาว 150–250 คำ ระบุวัตถุประสงค์ วิธีการ ผลการวิจัย และข้อสรุป ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • คำสำคัญ (Keywords): 3–5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • บทนำ (Introduction): ระบุปัญหา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology): อธิบายขั้นตอน วิธีการ เกณฑ์การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชัดเจน
  • ผลการวิจัย (Results): นำเสนอผลที่ได้อย่างมีระบบ ใช้ตาราง กราฟ หรือแผนภาพประกอบตามความเหมาะสม
  • อภิปรายผล (Discussion): เปรียบเทียบผลการวิจัยกับงานที่เกี่ยวข้อง อธิบายความหมายและข้อจำกัด
  • ประโยชน์และข้อเสนอแนะ (Conclusion & Recommendations): ระบุประโยชน์ทางวิชาการและวิชาชีพและข้อเสนอแนะเชิงวิชาการหรือการปฏิบัติอย่างชัดเจน
  • เอกสารอ้างอิง (References): ใช้รูปแบบ APA (หรือรูปแบบที่วารสารกำหนด) อ้างอิงครบถ้วนและตรงตามที่ปรากฏในบทความ

4. รูปแบบการจัดพิมพ์

  • ความยาวบทความไม่เกิน 10–15 หน้า ขนาด A4 รวมตาราง แผนภาพ และเอกสารอ้างอิง
  • ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14pt (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
  • จัดบรรทัดแบบ 1 บรรทัด กำหนดค่าหน้ากระดาษ และระยะขอบ ดังนี้ ระยะขอบบน 1 นิ้ว ระยะขอบล่าง 1 นิ้ว ระยะขอบซ้าย 1 นิ้ว ระยะขอบขวา 1 นิ้ว
  • ตารางและรูปภาพต้องมีชื่อและหมายเลขกำกับ ชัดเจน และอ้างอิงในเนื้อหา

5. จริยธรรมการเขียนและการเผยแพร่

  • ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความไม่มีการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) และอ้างอิงทุกแหล่งที่ใช้
  • หากมีการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย
  • ต้องระบุแหล่งทุนสนับสนุน (ถ้ามี) อย่างโปร่งใส

6. การส่งบทความ

  • ส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ของวารสาร พร้อมเอกสารรับรองการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (ถ้ามี)
  • บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจถูกส่งกลับให้ผู้นิพนธ์ดำเนินการแก้ไขก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)