การสร้างสรรค์สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น

Main Article Content

Chayaporn Chaiyasit

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างสรรค์สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น 3 สำเนียงได้แก่ สำเนียงมอญ สำเนียงจีน และสำเนียงแขก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อกำหนดขอบเขตและกระบวนการสำหรับสร้างสรรค์ผลงาน นำเสนอผลของการสร้างสรรค์ในรูปแบบบทเพลงโดยใช้ระนาดทุ้มเป็นเครื่องดำเนินทำนองหลัก และอภิปรายทำนองที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis)  สามารถสรุปผลการสร้างสรรค์ตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้


 1) สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น สำเนียงมอญ มีการสอดแทรกทำนองสำเนียงมอญในลักษณะถี่กระชั้นและลักษณะบังคับทางพยางค์ห่าง ๆ รวมไปถึงมีการสอดแทรกสำนวนการบรรเลงระนาดทุ้มใช้กลวิธีการบรรเลงแบบพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ การตีสะบัด การตีสะเดาะ การตีดูด และการตีลักจังหวะ นอกจากนี้ผู้สร้างสรรค์กำหนดให้กลองสองหน้าบรรเลงหน้าทับปรบไก่ 3 ชั้นกำกับทำนองทั่วไป และใช้หน้าทับมอญ 2 ชั้นบรรเลงกำกับทำนองสำเนียงมอญแบบบังคับทาง


2) สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น สำเนียงจีน มีการสอดแทรกทำนองสำเนียงจีนในลักษณะถี่กระชั้นที่มีการเคลื่อนที่ของทำนองขึ้นลงโดยใช้เสียงซ้ำ และลักษณะบังคับทางพยางค์ห่าง ๆ สอดแทรกสำนวนการบรรเลงระนาดทุ้มใช้กลวิธีการบรรเลงแบบพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ การตีสะบัด การตีสะเดาะ การตีดูด และการตีลักจังหวะ นอกจากนี้              ผู้สร้างสรรค์กำหนดให้ใช้กลองต๊อก ผ่าง และแต๋ว บรรเลงหน้าทับจีน 2 ชั้นกำกับทำนองทั้งหมด


3) การสร้างสรรค์สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น สำเนียงแขก มีการสอดแทรกทำนองสำเนียงแขกทั้งในลักษณะถี่กระชั้นและลักษณะบังคับทางพยางค์ห่าง ๆ สอดแทรกสำนวนการบรรเลงระนาดทุ้มใช้กลวิธีการบรรเลงแบบพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ การตีสะเดาะ การตีดูด การตีลักจังหวะ และการตีย้อยจังหวะ  นอกจากนี้ผู้สร้างสรรค์กำหนดให้กลองแขกและรำมะนาลำตัดบรรเลงกำกับจังหวะตามความเหมาะสม สอดคล้องกับทำนองและกำหนดให้กลองสองหน้าบรรเลงหน้าทับปรบไก่ 3 ชั้นกำกับทำนองสำนวนระนาดทุ้มปกติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Chaiyasit , C. (2020). การสร้างสรรค์สำนวนทางระนาดทุ้มเพลงทะแย 3 ชั้น. Asian Journal of Arts and Culture, 20(2), 1–14. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/cjwu/article/view/243492
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Chaiseree, P. (2013). Karnprapan Pleng Thai. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University.

Kawphachone, Ch. (2018). The Creation of Thap Wila Roengsamran “The Feline Suite”. (Doctoral dissertation, Chulalongkorn University, Thailand).

Meepom, D. (2013). The Inheritance of Ranad Thum Solo Piece of Master Phum Bapuyawat. (Doctoral dissertation, Mahidol University, Thailand).

Pidokrajt, N. (2020). Theories for research and The essence of music. Lopburi, Thailand: Narttaduriyang.

Tangcharoen, W. (2009). Aesthetics for Life. Bangkok, Thailand: Santisirikarnpim.

Tramote, B. (2002). Kham Bunyai Rai Wicha Duriyangkasart. Bangkok, Thailand: Chuan Pim.