การวิเคราะห์องค์ประกอบการแสดงนาฏมวยไทย

Main Article Content

Treethawat Meesomsak
Prit Supasertsiri
Porawan Pattayanon

บทคัดย่อ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องนาฏมวยไทย : การศึกษาวิเคราะห์ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แห่งประเทศไทย ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่ใช้ศึกษาในการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วยแนวคิดด้านศิลปะ             การต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทยประเภทมวยไทย แนวคิดระเบียบวิจัยทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ แนวคิดองค์ประกอบด้านศิลปะการแสดง 8 ประการ แนวคิดศิลปะการแสดงร่วมสมัย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล


          ผลการศึกษาพบว่า ด้านศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทยมวยไทยมีท่าอยู่ 2 รูปแบบคือ 1) มวยหลัก 2) มวยเกี้ยว มีหลักการปฏิบัติเป็นท่าคือ ท่าแม่ไม้จำนวน 15 ท่า ท่าลูกไม้ จำนวน 15 ท่า และมีท่ากลมวยรวม 64 ท่า โดยการใช้ร่างกายเป็นอาวุธ 9 อย่าง คือ 2 หมัด 2 เท้า 2 เข่า 2 ศอก และ 1 ศีรษะ


ด้านวิจัยศิลปกรรมศาสตร์ มีรูปแบบที่มีความเฉพาะด้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 สาขาหลักคือ ทัศนศิลป์ ดุริยางค์ศิลป์ นาฏศิลป์ และด้านศิลปะการแสดงโดยรูปแบบมีวิธีขั้นตอนที่เป็นระบบระเบียบ ในการรวบรวมศึกษาค้นคว้า ข้อมูลซึ่งที่จะได้มาซึงความรู้จากข้อเท็จจริง และสามารถอธิบายในเชิงวิชาการ และสนับสนุนแนวคิดของ การวิจัยที่ตรงตามวัตถุประสงค์และนำมาเขียนเรียบเรียงผ่านกระบวนการทางระเบียบวิธีวิจัย  


ด้านองค์ประกอบของศิลปะการแสดง สามารถจำแนกองค์ประกอบของการแสดงนาฏมวยไทยได้ดังนี้ 1)บทการแสดง 2)นักแสดง 3)การแสดงการออกแบบลีลานาฏยศิลป์หรือศิลปะการแสดง 4)พื้นที่การแสดง 5)อุปกรณ์ 6)การแต่งกาย 7)เสียงประกอบการแสดง และ 8)แสงในการแสดง โดยรูปแบบการแสดงนาฏมวยไทย   เป็นศิลปะการแสดงร่วมสมัยมีการประยุกต์ศาสตร์ที่หลากหลาย นำเสนอผ่านแนวคิดทางด้านองค์ประกอบศิลปะการแสดงทั้ง 8 ประการโดยมีการนำเสนอ ผ่านศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่ผสมผสานการต่อสู้ที่แข็งแรง แต่แฝงด้วยจารีตขนบธรรมเนียมของไทย ที่ควรค่าแก่การศึกษาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดของศิลปวัฒนธรรมในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Meesomsak, T., Supasertsiri , P., & Pattayanon, P. (2024). การวิเคราะห์องค์ประกอบการแสดงนาฏมวยไทย. Asian Journal of Arts and Culture, 24(1), e261567 . https://doi.org/10.48048/ajac.2024.261567
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Boonpeng, S. (2013). Contemporary Thai dance. (/Ph.D. Dissertation, Mahasarakham University, Thailand).

Buasonth, R. (2015). Qualitative educational research. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University Printing House.

Kantamara, S. (2010). Mae Mai Muay Thai Self-Defense Art. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University Printing House.

Kulphisarn, T. (2020). Teaching documents for the ERA 317 course. Dance: Techniques and Styles of Textbook Projects and Teaching Documents. Fiscal Year 2020. Bangkok, Thailand: Faculty of Fine and Applied Arts Srinakharinwirot University.

Metanee, S. (2022). Research regulations in fine arts. Faculty of Creative Industries Rattana Bundit. Bangkok, Thailand: University Bangkok.

Pinijsarn, N. (2016). A study of trends, needs and possibilities to open a master's degree program in applied drama and contemporary performing arts. Journal of Fine Arts fine arts Thammasat University, 11(1),77-104.

Saithongkam, J. (2018). Thai dance, dance, dance, drama, Khon. Bangkok, Thailand: Nucha Phim.

Sensai,P. (2019). Drama Philosophy. Faculty of Fine and Applied Arts. Bangkok, Thailand: Mahasarakham University Maha Sarakham.

Suhongsa, C. (2002). An Introduction to Muay Thai Instruction Manual. Bangkok, Thailand: Bannakit.

Sunpongsri, K. (2016). Aesthetics art philosophy Theory of Visual Arts, Art Criticism. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University Printing House.

Tanprasert, W. (2020). The Creative Style of Dance from Yao Payakorn Krungsri Ayutthaya Song. Journal of Ayutthaya Studies. Institute of Ayutthaya Studies Phra Nakhon Si Ayutthaya Rajabhat University, 12(2), 66-79.

Wongsayannawa. (2009). The diversity of cultural diversity. Bangkok, Thailand: Printing House.