การพัฒนาการเรียนรู้บนพื้นที่สาธารณะของวัดและชุมชนบริเวณรอบบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมบนพื้นที่สาธารณะรอบบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น 2) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมรอบบึงแก่นนคร 3) ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวัดและชุมชนบริเวณรอบบึงแก่นนคร เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีพัฒนาการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม บนพื้นที่สาธารณะรอบบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 22 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาการเรียนรู้ของวัดและชุมชนบนพื้นที่สาธารณะ โดยการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 110 คน ระยะที่ 3 ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 100 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมบนพื้นที่สาธารณะรอบบึงแก่นนคร เป็นการเรียนรู้จากการบอกเล่าและสั่งสอนโดยปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ชุมชน จากวัดโดยพระสงฆ์เป็นผู้ให้ความรู้ผ่านการเทศนาสั่งสอน กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา บุญประเพณี และจากจัดกิจกรรมภายในชุมชน
2. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมรอบบึงแก่นนคร มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างเครือข่าย ขั้นตอนที่ 2 การระดมสมองออกแบบกิจกรรม ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนากิจกรรม ซึ่งทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการพัฒนาการเรียนรู้บนพื้นที่สาธารณะของวัดและชุมชนบริเวณรอบบึงแก่นนครจังหวัดขอนแก่น
3. การประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณค่า ของกิจกรรมการเรียนรู้ของวัดและชุมชนบนพื้นที่สาธารณะภายใต้: กิจกรรมอัญเชิญพระศรีสัตนาคนหุต (หลวงพ่อพระลับ) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 96.86 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกข้อมีระดับประสิทธิภาพในระดับมากที่สุด โดยด้านประสิทธิผล มีค่าร้อยละมากที่สุด เท่ากับ 97.20 รองลงมาได้แก่ ด้านประสิทธิภาพ และด้านคุณค่า โดยมีค่าร้อยละเท่ากับ 96.80 และ 96.60 ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
นันทนิษฎ์ สมคิด และพระสุธีรัตนบัณฑิต. (2562). แนวทางการพัฒนาชุมชนสร้างสรรค์ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 6(ฉบับพิเศษ), 318-333.
พีรดร แก้วลาย และทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า. (2561). สภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่: การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการเรียนรู้และผลกระทบที่มีต่อรายละเอียดโครงการ ที่ว่าง และสถาปัตยกรรมศูนย์ความรู้ร่วมสมัย. Journal of Architectural/Planning Research and Studies, 15(2), 135-152. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jars/article/view/167939/120949
พีรยา บุญประสงค์. (2562). อัตลักษณ์ของถิ่นที่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงการใช้สอยของอาคารเก่าในเขตเมืองเก่า. Journal of Architectural/Planning Research and Studies, 16(2), 31-48. https://doi.org/10.56261/jars.v16i2.175256
วิทยา ทองดี, สุรพล พรมกุล, สุธิพงษ์ สวัสดิ์ทา, สมควร นามสีฐาน และพันทิวา ทับภูมี. (2564). รูปแบบการพัฒนาชุมชนสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ ศิลปะ และการออกแบบเมืองขอนแก่น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 8(3), 259-276.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Office of Knowledge Management and Development. (2017). The 20-year strategic integration of museum and learning center plan (2019-2039). Bangkok: Office of Knowledge Management and Development.