รูปแบบทางวัฒนธรรมบุญบั้งไฟตามความเชื่อของชาวอีสาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟที่ปรากฏในสังคมอีสาน 2) ศึกษาความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสาน และ 3) วิเคราะห์รูปแบบทางวัฒนธรรมของประเพณีบุญบั้งไฟตามความเชื่อของชาวอีสานในบริบทของชุมชนบ้านเม็ง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เอกสารทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 รูป/คน ได้แก่ พระสงฆ์ นักปราชญ์ชาวบ้าน ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชน และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหาเชิงอุปนัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟที่ปรากฏโดยทั่วไป เป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่จัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาลสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติผ่านพิธีกรรมและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสามัคคีของชุมชนและการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
2. ความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสาน มีรากฐานจากวรรณกรรมพื้นบ้าน ได้แก่ เรื่องพญาคันคาก และเรื่องผาแดง–นางไอ่ ซึ่งเป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝนจากพญาแถน โดยการจุดบั้งไฟถือเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้าบนสวรรค์ เป็นการผสมผสานระหว่างคติความเชื่อพื้นบ้านกับพระพุทธศาสนา และยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชาวอีสานมาจนถึงปัจจุบัน
3. รูปแบบทางวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟในบริบทของชุมชนบ้านเม็ง พบว่า ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เน้นพิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ ได้ขยายบทบาทไปสู่กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะของความบันเทิง การแข่งขัน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ประเพณีบุญบั้งไฟยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม การสืบทอดอัตลักษณ์ของชุมชน และสะท้อนพลวัตของวัฒนธรรมอีสานในบริบทของสังคมร่วมสมัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
จารุวรรณ ธรรมวัตร. (ม.ป.ป.). พงศาวดารแห่งประเทศลาว. มหาสารคาม: สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
ทศนวรรณ โพธิ์ศรีเรือง. (2553). การจัดการความรู้เรื่องประเพณีบุญบั้งไฟ ของอำเภอโนนสังจังหวัดหนองบัวลำภู. (ปริญญาโทโครงการพิเศษ). ขอนแก่น: วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธิดา สาระยา. (2535). ตำนานและตำนานประวัติศาสตร์กับการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: พิทักษ์อักษร.
เบญจมาส เกตุแก้ว. (2521). ประเพณีบุญบั้งไฟ. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
พระครูวิจิตรวนสาร (บุญสวย สุจิตฺโต, แก้วหานาม). (2556). การศึกษาหลักพุทธธรรมที่ปรากฏในพิธีกรรม การทำบุญบั้งไฟของชาวบ้านหนองเขื่อนช้าง ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ยูร กมลเสรีรัตน์. (2546). บุญบั้งไฟยโสธร ประเพณีขอฝนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน. กรุงเทพฯ: ที เจ เจ จำกัด.
สุคนธา สายเชื้อ. (2524). ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอำเภออาจสามารถ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุริยา สมุทคุปติ์. (2533). สัญลักษณ์สำคัญในบุญบั้งไฟ: การวิเคราะห์และตีความหมายทางมานุษยวิทยา. ขอนแก่น: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย. (2548). วัฒนธรรมในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Viravong, M. S. (1964). History of Laos. New York: Paragon Book Reprint Corp.