การพัฒนากลไกการดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเองด้วยหลัก 4 อ. ยา 8 ขนาน ของผู้สูงอายุตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา

Main Article Content

พิมพ์พจี บรรจงปรุ
จิรัฐิพร ไทยงูเหลือม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุใน 4 ด้าน (ร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และสิ่งแวดล้อม) 2) พัฒนากลไกการจัดการดูแลผู้สูงอายุแบบพึ่งพาตนเองด้วยหลัก 4 อ. ยา 8 ขนาน และ 3) พัฒนาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตำบลหนองงูเหลือม เป็นการวิจัยแบบแบบผสมผสาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้สูงอายุตำบลหนองงูเหลือม และกลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณคือ ผู้สูงอายุ จำนวน 339 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม การสัมภาษณ์แบบเจาะจง จำนวน 14 คน และการสนทนากลุ่มคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 20 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับสุขภาพของผู้สูงอายุโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน โดยด้านความสัมพันธ์ทางสังคมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านจิตใจมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ส่วนระดับความต้องการของผู้สูงอายุโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน โดยด้านสิ่งแวดล้อม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านจิตใจมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2. กลไกการจัดการดูแลผู้สูงอายุด้วยการอบรมปฏิบัติการการดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเองด้วยหลัก 4 อ. ยา 8 ขนาน ได้รับความพึงพอใจระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90.24
3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ การเสริมสร้างการดูแลผู้สูงอายุจากทุนทางวัฒนธรรม การเสริมสร้างสังคมสูงวัยแห่งเสียงหัวเราะและความปลอดภัย การเสริมสร้างนโยบายและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร และการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของผู้ดูแล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บรรจงปรุ พ. ., & ไทยงูเหลือม จ. . (2026). การพัฒนากลไกการดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเองด้วยหลัก 4 อ. ยา 8 ขนาน ของผู้สูงอายุตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 26(1), 135–148. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/283261
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Article)

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.

ณัฐกฤตา ศรีสังวร. (2562). ผลของการใช้หลัก 4 อ. และยา 8 ขนานต่อสุขภาพผู้สูงอายุ. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สำนักการแพทย์ทางเลือก. (2562). แนวทางการดูแลสุขภาพด้วยหลัก 4 อ. และยา 8 ขนาน. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2563). รายงานประจำปี 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา.

องค์การอนามัยโลก. (2564). รายงานประชากรสูงอายุโลก. เจนีวา: World Health Organization.

Kolb, D. A. (2021). Experiential learning theory: A dynamic approach to learning and development. New Jersey: Pearson Education.

Shand-Arnberg, L. (2022). Participatory approaches in local policy design. Journal of Public Policy, 42(2), 233-248.

Voorberg, W., Bekkers, V., & Tummers, L. (2023). Co-creation in public policy: Lessons from practice. Policy & Society, 42(1), 15-29.

World Health Organization. (2020). Decade of healthy ageing 2020-2030. Geneva: World Health Organization.

World Bank. (2016). Live long and prosper: Aging in East Asia and Pacific. Washington, DC: World Bank.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). New York, NY: Harper & Row.