การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการลำกลอนประยุกต์ตามวัฒนธรรมหมอลำอีสาน สำหรับสมาชิกศูนย์การศึกษาคริสตจักรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการใช้กลอนลำนมัสการในกิจกรรมการรับใช้พระเจ้า 2) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการลำกลอนประยุกต์ตามวัฒนธรรมหมอลำอีสาน และ 3) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าว โดยพิจารณาความสามารถ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการฟังเสียงแคน ด้านการขับร้องลำกลอนประยุกต์ ด้านการฟ้อนรำ และด้านการแต่งกาย รวมทั้งความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม การวิจัยดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาปัญหาและความต้องการ การพัฒนาหลักสูตร และการทดลองใช้หลักสูตร กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาปัญหาและความต้องการ ได้แก่ สมาชิกศูนย์การศึกษาคริสตจักรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด จำนวน 65 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายจากประชากร 259 คน กลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้หลักสูตร ได้แก่ สมาชิกศูนย์การศึกษาคริสตจักรขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จำนวน 25 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามปัญหาและความต้องการ หลักสูตรฝึกอบรม แบบฝึกทักษะ แบบวัดความสามารถ 4 ด้าน และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า
1. การใช้กลอนลำในกิจกรรมการรับใช้พระเจ้าอยู่ในระดับน้อย โดยด้านการฟังเสียงแคนเป็นปัญหามากที่สุด ขณะที่ความต้องการใช้กลอนลำอยู่ในระดับมาก โดยด้านการขับร้องลำกลอนประยุกต์
มีความต้องการมากที่สุด
2. หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่ หลักการและเหตุผล จุดมุ่งหมาย เนื้อหาสาระ กิจกรรมการฝึกอบรม และการวัดและประเมินผล
3. หลังการใช้หลักสูตร ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความสามารถทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก มีความพึงพอใจต่อหลักสูตรอยู่ในระดับมาก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประเมินหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (19 สิงหาคม 2542). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก.
มนันยา สายชู. (2563). การจัดการเรียนรู้โดยเน้นการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
มัชรินทร์ ล้ำจุมจัง. (2564). ฟ้อนหัตถกรรมวีอีสาน: การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นงานหัตถกรรมเครื่องจักสาน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มารุต พัฒผล. (2567). การพัฒนาหลักสูตร: แนวคิดและกระบวนการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลลิต บุญนาค. (2566). จิตวิทยาการเรียนรู้สำหรับครู. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ศศิธร บัวทอง. (2560). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิทธิพล อาจอินทร์. (2564). การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Beauchamp, G. A. (1975). Curriculum theory. (4th ed.). Wilmette, IL: The Kagg Press.
Bloom, B. S., Engelhart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. New York: David McKay.
Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. New York: Basic Books.
Smith, B. O., Stanley, W. O., & Shores, J. H. (1950). Fundamentals of curriculum development. New York: World Book Company.
Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. Chicago: University of Chicago Press.