การวิเคราะห์ทฤษฎีปรัชญาประจักษ์นิยมในทัศนะพุทธปรัชญาเถรวาท
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาขอบเขตและสาระสำคัญของทฤษฎีปรัชญาประจักษ์นิยม 2) ศึกษาบ่อเกิด กระบวนการ และเกณฑ์ตรวจสอบความรู้ในพุทธปรัชญาเถรวาท และ 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ความแตกต่าง และข้อจำกัดของการอธิบายพุทธปรัชญาเถรวาทด้วยกรอบประจักษ์นิยม เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ใช้พระไตรปิฎก อรรถกถา และปกรณ์วิเสสเป็นข้อมูลปฐมภูมิ ร่วมกับหนังสือ บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์เนื้อหาตามประเด็นแหล่งที่มาของความรู้ วิธีการรู้ เกณฑ์ยืนยันความรู้ ขอบเขตของประสบการณ์ และจุดหมายของการรู้ แล้วสังเคราะห์เชิงเปรียบเทียบด้วยวิธีอุปนัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. ประจักษ์นิยมในบทความนี้หมายถึงทฤษฎีญาณวิทยาที่ถือว่าประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสเป็นฐานสำคัญของความรู้ และใช้การสังเกต การวิเคราะห์ และการอุปนัยเป็นวิธีสร้างข้อสรุปที่ตรวจสอบร่วมกันได้ ความหมายนี้ต่างจากจิตนิยมและปรากฏการณ์นิยมที่อธิบายโลกโดยสัมพันธ์กับจิตหรือสิ่งที่ปรากฏแก่ผู้รับรู้ และต่างจากปฏิบัตินิยมที่พิจารณาความหมายหรือความจริงผ่านผลในทางปฏิบัติ
2. พุทธปรัชญาเถรวาทไม่ได้จำกัดความรู้ไว้ที่ประสาทสัมผัสภายนอก แต่ครอบคลุมอายตนะหก การพิจารณาเหตุปัจจัย และประสบการณ์ภายในที่เกิดจากการฝึกสติ สมาธิ และปัญญา ความน่าเชื่อถือของความรู้จึงพิจารณาจากกระบวนการปฏิบัติที่ทำซ้ำได้ในแบบแผนเดียวกัน ความสอดคล้องกับเหตุปัจจัย และผลเชิงจริยธรรมที่ปรากฏต่อการลดกิเลสและความทุกข์
3. ประจักษ์นิยมตะวันตกกับพุทธปรัชญาเถรวาทมีจุดร่วมในด้านการไม่รับความเชื่อที่ขาดการตรวจสอบ แต่ต่างกันที่ขอบเขตประสบการณ์ เกณฑ์ยืนยันความรู้ และจุดหมายของการรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์แบบตะวันตกมุ่งการตรวจสอบร่วมกันต่อปรากฏการณ์ภายนอก ขณะที่ความรู้จากการภาวนาเป็นประสบการณ์บุคคลที่ผู้อื่นไม่อาจรับรู้แทนได้โดยตรง แต่ตรวจสอบได้ในระดับกระบวนการ ผ่านแบบแผนการปฏิบัติและผลที่เกิดแก่ผู้ปฏิบัติ ทั้งสองแนวคิดมีความใกล้เคียงเชิงวิธีการบางส่วน แต่ไม่ใช่ทฤษฎีเดียวกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
ลักษณ์วัต ปาละรัตน์. (2535). ญาณวิทยาในพุทธปรัชญาเถรวาทเป็นประสบการณ์นิยมหรือไม่. (ดุษฎีนิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูปลัดญาณวิทย์ ชยาภิรโต (ใจลึก). (2560). ศึกษาวิเคราะห์บ่อเกิดแห่งความรู้ในพระพุทธศาสนา. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี (เหมประไพ). (2547). การศึกษาวิเคราะห์ญาณวิทยาในพุทธปรัชญาเถรวาท: ศึกษาเฉพาะในปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วรวุฒิ ศรีสุทธิ์. (2560). พุทธปรัชญา: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Broad, J. (2006). A woman’s influence? John Locke and Damaris Masham on moral accountability. Journal of the History of Ideas, 67(3), 489-510. JSTOR 30141038.
Choi, J. J. (2019). The Buddha’s empirically testable “Ten Criteria” for assessing teachings. Religions, 10(12), 645.
Hossain, F. M. A. (2014). A critical analysis of empiricism. IOSR Journal of Humanities and Social Science, 19(9), 55-62.
Wang, J. W., & Feigenson, L. (2019). Is empiricism innate? Preference for nurture over nature in people’s beliefs about the origins of human knowledge. Open Mind: Discoveries in Cognitive Science, 3, 66-79.