รูปแบบการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด รูปแบบการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) สร้างรูปแบบการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา และ 4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา การวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนา จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 329 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน โดยใช้เครื่องมือ คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการพัฒนา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เพื่อตรวจสอบและยืนยันรูปแบบ ระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบกับผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 15 คน ระยะที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบ โดยกลุ่มทดลองใช้รูปแบบ จำนวน 15 คน
ผลการวิจัยพบว่า 1) พัฒนาการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ เรียงลำดับตามค่าดัชนีความต้องการจำเป็นจากมากไปน้อยดังนี้ (1) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารสถานศึกษา (2) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้นวัตกรรมดิจิทัล (3) การสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล (4) การกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายด้านดิจิทัล (5) การพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของบุคลากร (6) การเป็นพลเมืองดิจิทัล แนวทางการพัฒนาตามแนวคิดโมเดลการพัฒนา 70 : 20 : 10 2) รูปแบบการพัฒนา ประกอบด้วย 6 โมดูล องค์ประกอบของรูปแบบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการพัฒนา การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ ผลการประเมินรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการใช้รูปแบบผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้และทักษะด้านการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริหารโดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลอย่างเป็นระบบมากขึ้นสถานศึกษามีแนวโน้มพัฒนาสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม 4) รูปแบบมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา สามารถนำไปใช้ได้จริง มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และข้อเสนอแนะการพัฒนาแนวปฏิบัติในแต่ละโมดูลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จัดทำคู่มือการใช้รูปแบบอย่างละเอียด และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). แผนปฏิบัติการดิจิทัลเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2563–2565. กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
จิติมา วรรณศรี. (2564). การบริหารจัดการศึกษายุคดิจิทัล. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์
ฐานิตา ลิ่มวงศ์ และ ยุพาภรณ์ แสงฤทธิ์. (2562). ห้องเรียนกลับด้าน: การเรียนรู้แนวใหม่
สำหรับศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills). วารสาร Mahidol R2R e-Journal,
(2), 9–17.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). การบริหารโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส.
ปุณณิฐฐา มาเชค. (2565). การบริหารองค์กรทางการศึกษาในยุคดิจิทัล. ภาควิชาการบริหาร
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
พระมหาพรประสงค์ ปริญฺญาวรเมธี. (2566). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
: Leadership of school administrators in the digital era. ASEAN Journal
of Religious and Cultural Research, 6(1), 19–25.
สงบ อินทรมณี. (2562). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัย
การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 16(1), 353–360.
สมาน อัศวภูมิ. (2550). “การใช้วิจัยพัฒนารูปแบบในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก”
ในเอกสารประกอบการสอนวิชาสัมมนาการศึกษาระดับปริญญาเอก. หน้า 50-53.
อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2562). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด. (2568). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปี
งบประมาณ 2568. ร้อยเอ็ด; กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษาร้อยเอ็ด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2562. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน.
เอกชัย กี่สุขพันธ์. (2562). การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัย
การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 16(1), 355-364.
Eisner, E. W. (1976). Connoisseurship and criticism: A new model for evaluating
the arts. Journal of Aesthetic Education, 10(3), 55-68.
Keeves, J. Peter. (1988). Model and Model Building, Educational Research
Methodology and Measurement: An International Handbook. Oxford:
Pergamon Press.
Steiner, E. (1988). Methodology of Theory Building. Sydney: Educology
Research Associates.
Kirkpatrick, D. L., & Kirkpatrick, J. D. (2006). Evaluating training programs:
The four levels (3rd ed.). Berrett-Koehler Publishers.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research
activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–
Lombardo, M. M., & Eichinger, R. W. (2010). The career architect development
planner (5th ed.). Minneapolis, MN: Lominger International.