การพัฒนากระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการประกันคุณภาพการศึกษาและยกระดับคุณภาพผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและความต้องการด้านการนิเทศ 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพกระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูและยกระดับคุณภาพผู้เรียน 3) ศึกษาผลหลังการนำกระบวนการไปใช้ และ 4) ประเมินการยอมรับและสังเคราะห์แนวทางการขยายผล การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ดำเนินการ 3 วงรอบ ระหว่างปีการศึกษา 2565–2567 ในสถานศึกษา 71 แห่ง กลุ่มตัวอย่างระยะที่ 1 จำนวน 790 คน ผู้ให้ข้อมูลระยะที่ 3 จำนวน 710 คน และครูแกนนำ 40 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง การวิเคราะห์แนวโน้ม และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. การดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุดเท่ากันที่ 0.37 คือ การพัฒนาบุคลากรผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
2. กระบวนการ PAORE ประกอบด้วย Planning, Action, Observation, Reflection และ Evaluation มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.64, S.D. = 0.24) และคู่มืออยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.70, S.D. = 0.19)
3. หลังดำเนินงาน 3 วงรอบ คะแนนเฉลี่ยความรู้หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาในเชิงพรรณนา ทักษะกระบวนการระดับสถานศึกษาเพิ่มจาก 4.43 เป็น 4.65 เจตคติของครูเพิ่มจาก 3.14 เป็น 4.67 และสถานศึกษาที่มีผลประเมินตนเองระดับยอดเยี่ยมเพิ่มจากร้อยละ 28.17 เป็น 40.85 ขณะที่สถานศึกษาที่ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 5 จำนวน 24 แห่งผ่านเกณฑ์ครบทั้ง 3 มาตรฐาน
4. ผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า PAORE ช่วยให้ใช้หลักฐานจากงานจริง ลดความซ้ำซ้อน ส่งเสริมการนิเทศแบบกัลยาณมิตรและการเรียนรู้ร่วมกัน โดยควรบูรณาการเข้ากับระบบงานปกติของสถานศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. (2561, 23 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 135(11 ก), 3-5.
ธนพล วงศ์ฉลาด และธรินธร นามวรรณ. (2564). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 15(2), 146-159.
ธัญพิชชา อุ่นรัมย์ และธรินธร นามวรรณ. (2564). การพัฒนาแนวทางการนิเทศภายในแบบสอนแนะโดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 15(1), 145-158.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 116(74 ก), 1-23.
พิมพ์สุดา เอี่ยมสกุล, วิไลลักษณ์ ลังกา และวิลาวัลย์ ด่านสิริสุข. (2563). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการศึกษาที่เสริมสร้างสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของครู. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(9), 442-459.
สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives. (Complete ed.). New York: Longman.
Cogan, M. L. (1973). Clinical supervision. Boston: Houghton Mifflin.
Costa, A. L., & Garmston, R. J. (2016). Cognitive coaching: Developing self-directed leaders and learners. (3rd ed.). Lanham, MD: Rowman & Littlefield.
Deming, W. E. (2018). Out of the crisis. (Reissue ed.). Cambridge, MA: The MIT Press.
Fullan, M. (2019). Leading in a culture of change. (2nd ed.). San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2018). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach. (10th ed.). Boston, MA: Pearson.
Kemmis, S., McTaggart, R., & Nixon, R. (2014). The action research planner: Doing critical participatory action research. Singapore: Springer.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence.” American Psychologist, 28(1), 1-14. https://doi.org/10.1037/h0034092
Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations. (5th ed.). New York: Free Press.
Stoll, L., Bolam, R., McMahon, A., Wallace, M., & Thomas, S. (2006). Professional learning communities: A review of the literature. Journal of Educational Change, 7(4), 221-258. https://doi.org/10.1007/s10833-006-0001-8