การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช

Main Article Content

สิรินภา ถ้ำแก้ว
อรรครา ธรรมาธิกุล
วีระยุทธ ชาตะกาญจน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู 2) พัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และ 3) ตรวจสอบรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 125 คน และครูผู้สอน จำนวน 339 คน รวมจำนวน 464 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของรูปแบบ จำนวน 9 คน และผู้บริหารสถานศึกษาในการตรวจสอบความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ จำนวน 9 คน โดยคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNI modified) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 
1. สภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 3.18, S.D. = 0.62) สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.68, S.D. = 0.47) และมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นโดยรวมเท่ากับ 0.52 โดยด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงมีความต้องการจำเป็นสูงสุดในส่วนภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ (PNI modified = 0.84) ขณะที่ด้านการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้มีความต้องการจำเป็นสูงสุดในส่วนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (PNI modified = 0.43) 
2.รูปแบบ EPCED ประกอบด้วย 5 กระบวนการ ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารการเปลี่ยนแปลง การเสริมพลังการมีส่วนร่วม และการประเมินและพัฒนาองค์กร ภายใต้หลักการคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างความเปลี่ยนแปลง และการบริหารความร่วมมือ 
3. ผลการประเมินรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ความถูกต้อง (x̄ = 4.62, S.D. = 0.53) ความเหมาะสม (x̄ = 4.86, S.D. = 0.25) ความเป็นประโยชน์ (x̄ = 4.76, S.D. = 0.29) และความเป็นไปได้ (x̄ = 5.00, S.D. = 0.00) 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ถ้ำแก้ว ส., ธรรมาธิกุล อ., & ชาตะกาญจน์ ว. (2026). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 26(3), 187–198. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/297172
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Article)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).

กัญญาณัฐ ไชยชะนะ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษาในอำเภอแม่สรวย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2. (สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา.

กุหลาบ อารีวงศ์. (2566). รูปแบบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.

ดาราวรรณ ศรีกาญจนา. (2562). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการตามหลักพุทธธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษามัธยมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ธีระ รุญเจริญ. (2553). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.

ปาริชาติ ชมชื่น. (2555). รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนที่มีประสิทธิผลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

มัทนา วังถนอมศักดิ์. (2561). ภาวะผู้นำทางการศึกษา ทฤษฎีและการปฏิบัติ. นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้งกรุ๊ป จำกัด.

สมนึก บุญใหญ่. (2557). รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). เชียงราย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

สมาน อัศวภูมิ. (2550). การใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงพัฒนาเพื่อทำวิทยานิพนธ์และงานวิจัย. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุพรรณี ชาประสิทธิ์. (2557). Active Learning: จัดการเรียนรู้อย่างไรให้เป็น Active Learning. นิตยสาร สสวท., 42(187), 1-5.

Brown, W. B., & Moberg, D. J. (1980). Organizational Theory and Management: A Macro Approach. New York: John Wiley & Sons.

Keeves, J. P. (1988). Educational research, Methodology and measurement: An international handbook. Oxford: Pergamon.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/ 10.1177/00131644700300030