การศึกษาแนวทางการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษาในการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

ประไพ แก้ววิลัย
ชลาภรณ์ สุวรรณสัมฤทธิ์

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู ที่มีต่อการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับระดับความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่มีต่อการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน  และ 3) เสนอแนะแนวการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน  ของฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษาในการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี   ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าความความสอดคล้องและค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 และ 0.93  กับผู้บริหารและครูผู้สอนของสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น จำนวน 160 คน ใช้สถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) การทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วย LSD และการวิเคราะห์เนื้อหา 


ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษาในการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของผู้เรียนในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2) ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีเพศและอายุต่างกัน  มีความคิดเห็นต่อการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงานต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน 3) แนวทางการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน คือ สถานศึกษาควรแจ้งผล ติดตาม ช่วยเหลือผู้เรียนที่มีปัญหาด้านการทะเลาะวิวาทส่งต่อไปยังผู้ปกครอง หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แก้ววิลัย ป., & สุวรรณสัมฤทธิ์ ช. (2023). การศึกษาแนวทางการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษาในการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 6(2), 71–93. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ivebjournal/article/view/265109
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมประชาสัมพันธ์. (2565). [ออนไลน์]. เร่งผลิต พัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษา สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน. [สืบค้นเมื่อวันที่10ตุลาคม2565] จากhttps://www.prd.go.th/th/content/page/index/id/95923.

ไทยโพสต์. (2562). [ออนไลน์]. รมว.ศึกษาตั้งเป้าปรับสัดส่วนคนเรียนอาชีวะเป็น 60% ส่วนสายสามัญลดเหลือ 40%. [สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม2565] จาก https://www.tcijthai.com/news/2019/12/current/9689.

ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์. (2555). [ออนไลน์].การจัดการอาชีวศึกษา มุมมองและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา. [สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2565] จาก file_5675a419453d96797844574c2fc53d59.pdf (onesqa.or.th).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). [ออนไลน์]. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. [สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2565].จาก https://www.moe.go.th/พรบ-การศึกษาแห่งชาติ-พ-ศ-2542/.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

ไทยโพสต์. (2563). [ออนไลน์]. “ณรงค์”ลั่นเดินหน้าขับเคลื่อนอาชีวะ แบบธรรมดาไม่ได้เพราะถูกวางตัวเป็นฟันเฟือง เศรษกิจชาติ. [สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2565] จาก http://www.thaipost.net/main/detail/74937

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). [ออนไลน์]. แก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท. [สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565].จาก https://www.moe.go.th/แก้ไขปัญหาการทะเลาะวิว/.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). [ออนไลน์]. แนวทางแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวศึกษาการประชุมแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ครั้งที่ 1/2559. [สืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565].จาก https://www.moe.go.th/moe/th.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2559). [ออนไลน์]. มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา [สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565]. จาก www.vec.go.th/backend/wp-content/uploads/2020/10/คำสั่ง-คสช-30.2559.pdf.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). [ออนไลน์]. สอศ.ประชุมเพิ่มมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาการทะเลาะวิวาท. [สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565]. จาก https://www.vec.go.th/ข่าว/บริหารจัดการข่าว/รายละเอียดข่าว/ tabid/103/ArticleId/15849/language/en-US/15849.aspx.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2563). [ออนไลน์]. สถานการณ์การกระทำผิดของ“เด็กและเยาวชน” จากการเฝ้าระวังข่าวสารโดย ศปก.พม. ระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2563.[สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2565] จาก https://www.facebook.com/msoitety.phatthalung/photos/.

Krejcie, R.V., and Morgan D.W. “Determining Sample Size for Research Activities.” Psycholological measurement (1970) : 607-610.

Likert, Rensis A. (1961). “New Patterns of Management. New York : McGraw-Hill Book Company Inc.

ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ สุภมาส อังศุโชติ และอัจฉรา ชำนิประศาสน์. (2562). สถิติสำหรับการวิจัยและเทคนิคการใช้ SPSS. ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.

เสถียร อุตวัต. (2560). [ออนไลน์]. ปัญหาการทะเลาะวิวาทนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา. [สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม2565] จาก https://www.gotoknow.org/ posts/566591.

อิสเรศวร์ ลักษมีพิเชษฐ์ และคณะ. (2562). มาตรการป้องกันปัญหาความรุนแรงของนักเรียนอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล : วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ปีที่ 22 ฉบับที่ 2. 348-358.

พระภิญโญ ตสฺสนาโม (มีสมบัติ) (2560). กระบวนการปลูกฝังการยั้งคิดเพื่อแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวศึกษาตามแนวพุทธ. ดุษฎีนิพนธ์ พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

สมพร ชูทอง. (2559). การพัฒนากลยุทธ์การจัดการศึกษาเพื่อป้องกันปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเพื่อการพัฒนา. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.

ชินเจตา ศักดิ์เสมอพรหม. (2548). การมีส่วนร่วมของอาจารย์และนักศึกษาในการป้องกันการใช้ความรุนแรงของนักศึกษา : กรณีศึกษาวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี. วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ.มหาวิทยาลัยบูรพา.