การสร้างประสิทธิภาพการบริหารโครงการให้ประสบความสำเร็จ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการ โดยประกอบด้วยความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่นําเข้า และผลลัพธ์ที่ออกมา เพื่อสร้างให้เกิดต้นทุนสําหรับทรัพยากรต่ำสุด ซึ่งเป็นการกระทําอย่างหนึ่งที่ถูกต้อง โดยคํานึงถึงวิธีการใช้ทรัพยากรให้เกิดการประหยัดหรือสิ้นเปลืองน้อยที่สุด โดยคํานึงถึงองค์ประกอบ 5 ประการ คือ ต้นทุน คุณภาพ ปริมาณ เวลา วิธีการ ในการผลิต
ประสิทธิภาพขององค์กร นอกจากจะพิจารณาถึงทรัพยากร เช่น คน เงิน และวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นปัจจัยนําเข้า และผลผลิตขององค์กรโดยการดำเนินงานตามลำดับขั้นอันประกอบด้วยการวางแผน การจัดองค์การ การอำนวยการ และการควบคุม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดที่วางไว้ร่วมกัน
โครงการพัฒนาระบบใดๆ ก็ตามจะต้องอาศัยการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้โครงการนั้น สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนดไว้ การทำหน้าที่ต่างๆ การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ ทักษะ เครื่องมือ และเทคนิคเพื่อดำเนินการตามความต้องการของโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความสามารถที่มีอยู่ ความร่วมมือของทีมงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนข้อมูล ระบบงาน เทคนิค และเวลา
การบริหารโครงการก็มีความแตกต่างกันอยู่ 3 ประการ คือ 1) ขอบเขต 2) เวลา 3) ค่าใช้จ่าย ทั้งหมดนี้ต้องให้ความสำคัญ และต้องมองในทั้ง 3 เรื่องนี้ให้เข้าใจ แจ่มแจ้ง ซึ่งเรียกว่า ข้อบังคับ 3 ประการของการบริหารโครงการ ทั้งนี้อาจทำให้เกิดความสำคัญของการบริหารโครงการ โดยมีความสำคัญอยู่ 6 ประการ ได้แก่ 1) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารนำไปสู่การปฏิบัติและได้รับการพัฒนา ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมาย 2) ช่วยให้การควบคุมเรื่องทรัพยากร เวลา งบประมาณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 3) ช่วยให้การประสานงานเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่แก้ปัญหาได้ 4) ช่วยให้บุคลากรมีขวัญกำลังในการทำงาน 5) ช่วยให้คุณภาพการศึกษาสูงขึ้น 6) ช่วยให้ผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทางบวก และคุณภาพของประชาชนเจริญก้าวหน้า
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา มาลัย. (2538). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความพึงพอใจในการทำงานและความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การกับการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเครือสมิติเวช. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ติน ปรัชญพฤทธิ์. (2536). ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธงชัย สันติวงษ์. (2543). ทฤษฎีการจูงใจ. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
ธนจรส พูนสิทธิ์. (2541). การจัดการองค์การและการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: สหธรรมิก.
พนิดา พานิชกุล. (2553). ความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศและการจัดการ.กรุงเทพมหานคร: เคทีพี.
พรธนาสิทธิ กิจเจริญถาวรชัย. (2553). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรจำกัดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการและความพึงพอใจของสมชิกสหกรณ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
ยุวนุช กุลาตี. (2548). การปรับปรุงกระบวนการปฎิบัติงานของผูตรวจประเมิน ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17021:2006. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานรับรองระบบคุณภาพวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.
เยาวลักษณ์ กุลพานิช. (2533). สภาพแวดล้อมกับประสิทธิภาพของงานข้าราชการ. วารสารข้าราชการ, 35 (2), 1-16.
รัตนา สายคณิต. (2546). การบริหารโครงการ:แนวทางสู่ความสำเร็จ. กรุงเทพมหานคร: คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิสูตร จิระดาเกิง. (2552). การบริหารโครงการ แนวทางปฏิบัติจริง. (พิมพ์ครั้งที่ 3). ปทุมธานี: วรรณกวี.
ศิริอนันต์ จูฑะเตมีย์. (2529). ความเครียดหรือสนุกกับงาน. พยาบาลสาร, 5 (13), 48-55.
ศิริอร ขันธหัตถ์. (2541). องค์กรและการจัดการ. กรุงเทพมหานคร: อักษรพิพัฒน์.
สมยศ นาวีการ. (2545). การบริหารตามสถานการณ์. กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ.
โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์. (2555). การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม).กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
Cater V. Good. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw-Hill Book Company.
Herbert A.Simon. (1960). Administrative Behavio. New York: The Macmillan Company.