ภัยคุกคามรูปแบบใหม่: องค์ประกอบ ตัวบ่งชี้และผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมไทยในจังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Quality Research) และผสมผสาน จากการศึกษาเอกสารจากพระไตรปิฎก วิทยานิพนธ์ รายงานวิจัย ตำราทางวิชาการ วารสารและสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 26 รูป/คน การอภิปรายกลุ่ม (Focus group) 10 คน และการตอบแบบสอบถามจำนวน 206 ชุด โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของภัยคุกคามที่บ่งชี้ว่าเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2) เพื่อศึกษาถึงวิธีการและแนวทางการจัดการกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ของภาครัฐและชุมชนในปัจจุบัน และ 3) เพื่อวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อสังคมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และแนวทางการป้องกัน แก้ปัญหานำไปสู่การรักษาความความมั่นคงแบบยั่งยืนต่อไป สาระสำคัญมีดังนี้
ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมไทยในระดับชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กำหนดไว้ 9 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1) ความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคม 2) ความไม่เชื่อมั่นต่อระบบและสถาบันการเมือง 3) การขาดการสมดุลของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4) ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและโรคระบาด 5) ความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 6) การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ 7) แรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมือง 8) ยาเสพติด และ 9) ความยากจน สำหรับในระดับท้องถิ่น พื้นที่จังหวัดเพชรบุรีสามารถแยกย่อยออกมาได้จำนวน 20 ประเภท ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสังคม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านการเมืองการปกครอง เช่น ความแตกแยกด้านความคิดของคนในสังคม การบุกรุกที่สาธารณะ 2) ด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน อุทกภัย ปัญหาขยะล้นเมือง 3) ด้านสังคมและวัฒนธรรม เช่น ยาเสพติด เทคโนโลยีสารสนเทศ (Smart phone) 4) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การเผาทำลายป่า มลพิษทางอากาศและน้ำเน่าเสีย ทั้งนี้ ภัยคุกคามประเภทหนึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงได้หลายด้าน เช่น อุกภัย ส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและชุมชน ต่างมีความร่วมมือกันในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ปัญหาภัยคุกคามดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติบางประการที่ทำให้การดำเนินการไม่ประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์ สำหรับแนวทางที่จะดำเนินการป้องกัน แก้ปัญหาให้เกิดความมั่นคงแบบยั่งยืนนั้น มีแนวทางดังนี้ 1) ผลกระทบทางด้านการเมืองการปกครอง ความขัดแย้งหรือความแตกแยกทางความคิดเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของคนในจังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบันไม่รุนแรง ส่วนความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์และกลุ่มอนุรักษ์กับกลุ่มพัฒนานั้นมีอยู่เป็นลักษณะประจำ สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ในระดับท้องถิ่นโดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านแต่ละท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ตามหลักธรรมาภิบาล 2) ด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน ในภาพรวมภาครัฐต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ถูกเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ จากพ่อค้าคนกลางและนายทุน นอกจากนั้น ควรส่งเสริมสนับสนุนต่อยอดโคงงการที่รัฐดำเนินการอยู่แล้วให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เช่น โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โครงการแก้ปัญหาที่ทำกิน โครงการไทยนิยมยั่งยืน รวมทั้งโครงการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบการจัดการน้ำและการคมนาคม โดยการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3) ด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่เป็นภัยคุกคามรุนแรง คือ ยาเสพติดและเทคโนโลยีสารสนเทศ (มือถือ) แนวทางในการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ดำเนินการได้โดยการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะในระดับตำบล โดยมีการบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชนและภาคเอกชน ร่วมมือกันในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกชุมชนเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามดังกล่าวพร้อมกับมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด4) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยคุกคามที่สำคัญคือ การเผาทำลายป่า ปัญหาขยะล้นเมือง และการบุกรุกที่สาธารณะ เพราะเป็นตัวสร้างมลพิษและทำลายสภาพแวดล้อมที่รุนแรง การแก้ปัญหาในภาพรวมเป็นลักษณะเดียวกันกับด้านสังคมและวัฒนธรรมคือการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ อาจสรุปได้ว่า กลไกสำคัญที่เป็นรูปธรรมที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้แบบยั่งยืน ประกอบด้วย 1) การสร้างชุมชนเข้มแข็ง (Strong Communities) เช่น โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 2) การนำนโยบายไปปฏิบัติ (Implementation) อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง 3) หลักธรรมาภิบาล (Good governance) เป็นหลักการบริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ 4) การบังคับใช้กฎหมาย (Law enforcement) เพื่อให้กฎหมายมีฤทธิ์ 5) การป้องกันการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ (Corruption) เพื่อควบคุมความประพฤติของผู้ปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี หลักปรัชญาและหลักธรรมที่สามารถนำมาเป็นแนวทางเสริมสร้างให้สังคมมั่นคงยังยื่นได้อีกหลายประการ เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศีล 5 อปริหานิยธรรม 7 และสาราณียธรรม 6 เป็นต้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2560). ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพมหานคร: การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
คณะรัฐมนตรี. (2560). นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
ณัฐวรรธน์ สุนทรวริทธิโชติ. (2556). การศึกษาสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมในเขตตำบลสามบัณฑิต: กรณีศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชน. รายงานการวิจัย. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
นิธิตา สิริพงศ์ทักษิณ. (2557). ความขัดแย้งระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับหน่วยงานรัฐในการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งสระ จังหวัดพัทลุง. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ภาราดา ชัยนิคม. (2558). ความรู้และการเตรียมความพร้อมต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่: กรณีศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์. รายงานการวิจัย.คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.
วุฒิชัย สายบุญจวง. (2561). ชุมชนเข้มแข็งในทัศนะของชาวชุมชน : กรณีศึกษา บ้านปลายคลองบางโพธิ์เหนือ หมู่ที่ 3 ตำบลบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 8 (1), 119-129.