กระบวนการแสวงหาความจริงในเชิงปรัชญา ที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษากระบวนการแสวงหาความจริงในเชิงปรัชญา 2) เพื่อศึกษากระบวนการแสวงหาความจริงที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร 3) เพื่อวิเคราะห์กระบวนการแสวงหาความจริงในเชิงปรัชญาที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยการเก็บข้อมูลจากเอกสารปฐมภูมิ และเอกสารทุติยภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่ากระบวนการแสวงหาความจริงในเชิงทางปรัชญามี 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ 1) การแสวงหาความจริงทางประสาทสัมผัสหรือทางประสบการณ์ ซึ่งทางปรัชญาเรียกว่าการหาความจริงแบบวิธีอุปนัย คือการแสวงหาความจริงจากประสบการณ์ย่อยไปสรุปความจริงสากล ซึ่งเป็นวิธีการหาความรู้ของกลุ่มวัตถุนิยม 2) การแสวงหาความจริงทางเหตุผล ซึ่งทางปรัชญาเรียกว่าการแสวงหาความจริงแบบนิรนัย คือการแสวงหาความจริงสากลไปสรุปความจริงย่อย เป็นวิธีการหาความจริงของกลุ่มจิตนิยม
กระบวนการแสวงหาความจริงที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร ได้แก่ การแสวงหาความจริง 10 ประการ คือ 1) อย่าพึงเชื่อตามที่ได้ยินได้ฟังมา 2) อย่าพึงเชื่อตามที่ถือปฏิบัติกันมา 3) อย่างพึงเชื่อตามที่ข่าวลือมา 4) อย่าพึงเชื่อตามตำรา 5) อย่าพึงตามหลักตรรกะ 6) อย่าเพิ่งเสียตามหลักอนุมาน 7) อย่าพึงเชื่อตามปรากฏการณ์ 8) อย่าพึงเชื่อตามความคิดเห็นของตนเอง 9) อย่าพึงเชื่อตามผู้พูดน่าเชื่อถือ 10) อย่าพึงเชื่อตามอาจารย์ หลังจากนั้นค่อยใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงเชื่อ
กระบวนการแสวงหาความจริงในเชิงปรัชญาที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร มี 2 กระบวนการ คือ 1) กระบวนการแสวงหาความจริงตามหลักประสบการณ์ ได้แก่ การใช้อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย กับอายตนะภายนอก คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ทางปรัชญาเรียกว่าการแสวงหาความจริงแบบอุปนัย ในเกสปุตตสูตร ได้แก่ ข้อที่ 1-4 และ 2) การแสวงหาความจริงตามหลักเหตุผล ได้แก่ การใช้หลักเหตุผลในการค้นหาความจริง ทางปรัชญาเรียกว่าแบบนิรนัย ของกลุ่มจิตนิยม ในเกสปุตสูตร ได้แก่ ข้อที่ 5-10 ส่วนการแสงหาความจริงแบบเกสปุตตสูตร เป็นการใช้ทั้งวิธีการของอุปนัยคือการใช้ปรโตโฆษะ และนิรนัยคือใช้โยนิโสมนสิการ พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงเชื่อ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จำนงค์ ทองประเสริฐ. (2514). ปรัชญาประยุกต์ชุดอินเดีย. กรุงเทพมหานคร: เกษมบรรณกิจ.
ชาญณรงค์ บุญหนุน. (2540). ทฤษฎีความเป็นจริงในพุทธปรัชญาเถรวาท. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญมี แท่นแก้ว. (2543). ปรัชญากับศาสนา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. (2556). (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
พจนานุกรมศัพท์ปรัชญา อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. (2548). กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2552). ปรัชญากรีก บ่อเกิดภูมิปัญญาตะวันตก. (พิมพ์ครั้งที่ 7).กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ศยาม.
พระมหาบุญไทย ด้วงวงศ์. (2540). การใช้เหตุผลทางตรรกะในพระไตรปิฎก. ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2533). พุทธศาสนากับปรัชญา. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ปริ้นติ้งกรุ๊ป.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมภาร พรมทา. (2542). พุทธปรัชญา : มนุษย์ สังคม และปัญหาจริยธรรม. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสาวนีย์ พงศกรเสถียร. (2557). การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเรื่องญาณวิทยาในธัมมปทัฏฐกถา. ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาปรัชญา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
เอกวุฒิ บุตรโคษา. (2553). การศึกษาเรื่องประโยชน์นิยมในพุทธปรัชญาเถรวาท. สารนิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย.
Del Kiernan-Lewis. (2000). Learning to Philosophize a Primer. Belmont: Wadsworth.