รูปแบบการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดู เด็กแรกเกิด กรณีศึกษา ผลการปฏิบัติราชการของเทศบาลเมืองศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือเพื่อ 1) วิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของประเทศไทย 2) กระบวนการดำเนินงานตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตามผลการปฏิบัติราชการของเทศบาลเมืองศิลา จังหวัดขอนแก่น และ 3) วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก มีผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยนักพัฒนาชุมชนและผู้ช่วยเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนของเทศบาลเมืองศิลา จำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศิลา จำนวน 2 คน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 2 คน และมารดาเด็กแรกเกิด จำนวน 20 คน โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่สัมภาษณ์มาจากการกำหนดคุณสมบัติของโครงการ และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัย พบว่า 1) วิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของประเทศไทย พบว่า การดำเนินงานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่ปรากฏในรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการวิเคราะห์ทราบว่าผู้รับผิดชอบโครงการของรัฐในแต่ละพื้นที่มีการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับเงินอุดหนุนจำนวนเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี 2) กระบวนการดำเนินงานตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตามผลการปฏิบัติราชการของเทศบาลเมืองศิลา จังหวัดขอนแก่น พบว่า ได้มีการดำเนินงานตามโครงการฯในการรับนโยบายมาปฏิบัติ แต่พบว่าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีการค้นหากลุ่มเป้าหมายเชิงรุก และไม่มีการปฏิบัติงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ในการติดตามพัฒนาการของเด็กแรกเกิดในโครงการฯ และ 3) วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดอย่างมีประสิทธิภาพ พบว่า ผลการศึกษาวิเคราะห์ได้ว่า ในช่วงริเริ่มโครงการอาจมีความเข้าใจข้อมูลของโครงการฯได้ไม่ชัดเจน ทำให้การปฏิบัติงานเกิดข้อผิดพลาดในหลายส่วน ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังพบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ทั้งยังขาดการปฏิบัติงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดังนั้น รูปแบบการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จึงต้องมีการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเคร่งครัด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการเด็กและเยาวชน. (2562). คู่มือการปฏิบัติงานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตามมติคณะรัฐมนตรี 26 มีนาคม 2562. กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
เชาวลักษ์ สุขกันหา. (2553). ปัญหาการนำนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปปฏิบัติในองค์การบริหารส่วนตำบลศรีวิไล อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทรงเกียรติ ม้าอุตส่าห์. (2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในเขตอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2553). เทคนิควิธีการวิเคราะห์นโยบาย. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ระพีพรรณ ผ่องใส. (2559). การนำนโยบายโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดไปปฏิบัติของบุคลากรและผู้นำชุมชน: กรณีศึกษาตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา
วรเดช จันทรศร. (2559). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร:
พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
วรเวศม์ สุวรรณระดา และคณะ. (2561). การวิเคราะห์บทบาทภาคเอกชนในการส่งเสริมนโยบายสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน และชีวิตครอบครัว. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI). (2562). ผลการศึกษา Baseline โครงการประเมินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
อรมณี สุนทรนนท์. (2552). ทัศนคติของผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติของนโยบายการพัฒนาฝีมือแรงงาน. คณะรัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชิรญา จันทรปิฎก. (2555). กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมของสมัชชาสุขภาพ จังหวัดลำพูน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.