การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกส่งเสริมทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ ประกอบด้วย 1. เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกส่งเสริมทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง 2. เพื่อประเมินทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยมีการคัดเลือกแบบโควตา ตามเงื่อนไขที่กำหนดขึ้น จํานวน 40 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยทดลองขั้นต้น (Pre-Experimental Design) โดยมีแบบแผนการวิจัยคือศึกษา 1 กลุ่ม วัดผลการทดลอง 1 ครั้ง (One–Shot Case Study) โดยเครื่องมือวิจัยมีผลดังนี้ 1. แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 1.00 2. แผนการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกส่งเสริมทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อไมโครเลิร์นนิง ปรากฏผลในระดับระดับ 5 มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง เหมาะสมมากที่สุด 3. แบบประเมินชิ้นงานการผลิตสื่อไมโครเลิร์นนิง ที่สร้างขึ้นตามแบบแผนงานวิจัย มีระดับคะแนนที่ 5.00 ซึ่งเป็นระดับความเหมาะสมมากที่สุด สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One sample t-test ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1. ได้นำผลการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิมาสรุปเป็นลำดับขั้น โดยจัดเรียงตามหลักการสร้างสื่อวิดีโอ 3P จากนั้นนำมาสร้างแผนเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเนื้อหา ในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น หลังมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถสร้างสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิงได้สูงกว่าเกณฑ์ 2. การประเมินทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีทักษะการเขียนเนื้อหาเพิ่มขึ้น โดยหลังการพิจารณาผลการวิเคราะห์คะแนนทักษะการเขียนเนื้อหาในสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง คะแนนเต็ม 60 คะแนน พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ส่งผลงานการสร้างสื่อวิดีโอไมโครเลิร์นนิง โดยส่งผลงานในตอนท้ายของกิจกรรม ทั้งนี้มีจำนวน 32 คน ที่ส่งผลงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จากจำนวนทั้งหมด 40 คน โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 47.59 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.36 และเมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2560). 14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 13) .จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธาม เชื้อสถาปนศิริ. (2558). เล่าเรื่องข้ามสื่อ Transmedia story-telling. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า, 2(1), 59.
สถาพร พฤฑฒิกุล.(2558). การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning. ออนไลน์.สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2565. แหล่งที่มาhttps://km.buu.ac.th/article/frontend/ article_detail/141
นรินธน์ นนทมาลย์ และใจทิพย์ ณ สงขลา (2560). แนวทางการออกแบบการสอนแบบเปิด เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิดีโอเป็นฐาน. การวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์ วิทยาวารสารครุศาสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.สถิติและวิธีการวิจัยทาง
เทคโนโลยีสารสนเทศ. (2564). การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research). ออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2565. แหล่งที่มา http://home.dsd.go.th/
กิตติยา วงษ์ขันธ์. (2561). รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) และรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) เอกสารประกอบการฝึกอบรมโครงการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ลูกไก่ รุ่นที่ 6. ออนไลน์.สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2565. แหล่งที่มา https://shorturl.asia/si1ob สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2564). การทำคอนเทนต์ออนไลน์ใหสุดปังตรงใจฟอลโลเวอร์อย่างแท้จริง. ออนไลน์.สืบค้นเมื่อ 4 เมษาย 2565. แหล่งที่มา https://shorturl. asia/qu4tC.
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2561). ประวัติสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. ออนไลน์.สืบค้น เมื่อ 12 เมษายน 2565 http://www.mua.or.th.
สุรพงษ์ คงสัตย์ และธีรชาติ ธรรมวงค์. (2551). การหาค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม IOC. ออนไลน์. สืบค้น เมื่อ 11 เมษายน 2565. แหล่งที่มา http://www.mcu.ac.th.
สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2561). ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. ออนไลน์. สืบค้น 12 เมษายน 2565.แหล่งที่มา https://www.trueplookpanya.com.
Asha Pandey. (2019). 6 Must-Use Video-Based Learning Strategies in 2019. Online. Retrieved March 18, 2022. from : https://www.linkedin.com
Helen Colman. (2021). Learning: How to Become a Training Video Ninja. Online. Retrieved April 11, 2022. from : https://www.ispringsolutions.com