การสร้างแบบวัดการบริหารจัดการเวลา (Time Management : TM) สำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพของแบบวัดการบริหารจัดการเวลา สำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา และ 2) สร้างเกณฑ์ปกติ สำหรับใช้กับแบบวัดการบริหารจัดการเวลา สำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นิสิตระดับบัณฑิตศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1-2 จำนวน 658 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดการบริหารจัดการเวลา มีลักษณะเป็นแบบวัดเชิงพฤติกรรมประมาณค่า 5 ระดับ รวมจำนวนข้อคำถาม 38 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย สัมประสิทธิ์การกระจาย ความเบ้ ความโด่ง เปอร์เซ็นไทล์ คะแนนมาตรฐานทีแบบแจกแจงปกติ และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน
ผลการวิจัย พบว่า 1) การสร้างและหาคุณภาพของแบบวัดการบริหารจัดการเวลา สำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านการตระหนักถึงเป้าหมายของการทำงาน ด้านการวางแผนการใช้เวลา ด้านการดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ด้านการประเมินการใช้เวลา และด้านการปรับปรุงการใช้เวลา ประกอบด้วยตัวบ่งชี้ 10 ตัวบ่งชี้ โดยมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.60 ถึง 1.00 มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.42 ถึง 0.78 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.937 และแบบวัดมีความตรงเชิงโครงสร้าง (Chi-squared = 31.625, df = 22, p–value = 0.084, RMSEA = 0.045, CFI = 0.992, TLI = 0.984 และ SRMR = 0.028) และ 2) การสร้างเกณฑ์ปกติระดับท้องถิ่น (Local Norms) ของแบบวัดแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ การบริหารจัดการเวลาสูง เมื่อมีคะแนน 162 คะแนนขึ้นไป (≥T57), การบริหารจัดการเวลาค่อนข้างสูง เมื่อมีคะแนนตั้งแต่ 152-161 คะแนน (T50 – T56), การบริหารจัดการเวลาปานกลาง เมื่อมีคะแนนตั้งแต่ 139-151 คะแนน (T42 – T49), และการบริหารจัดการเวลาต่ำ เมื่อมีคะแนนน้อยกว่า 139 คะแนน (น้อยกว่า T42)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ดิลกรัตน์ โคตรสุมาตย์. (2555). ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 5(3), 17-27.
นวรัตน์ ไวชมภู และคณะ. (2562). ความสามารถในการบริหารจัดการเวลาของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับสังคมศาสตร์
และมนุษยศาสตร์, 9(1), 296-306.
พรรณวดี สมกิตติกานนท์ และคณะ. (2560). การพัฒนารูปแบบการให้การปรึกษากลุ่มแบบบูรณาการเพื่อเสริมสร้าง
คุณลักษณะของความสำเร็จในการบริหารเวลาของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์. วารสารเกษมบัณฑิต, 18(1), 19-35.
พิมพ์ โหล่คำ. (2550). ความสามารถในการบริหารเวลาของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
มนตรี อินตา. (2562). SOFT SKILLS: ทักษะที่จำเป็นสู่ความเป็นมืออาชีพของครูยุคใหม่. วารสารศึกษาศาสตร์,
(1), 153-167.
รัตนวัชร์ เพ็ญรัตนหิรัญ และคณะ. (2564). การสำรวจ Soft Skills ที่จำเป็นของสถานประกอบการใน
ศตวรรษที่21. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 15(1), 59-69.
วิภาพร สิทธิสาตร์. (2542). ผลของการฝึกทักษะการบริหารเวลาต่อความเครียดและความสามารถในการ
บริหารจัดการเวลาของนักศึกษาพยาบาล [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิรงค์รอง ชมภูมิ่ง. (2562). ความสามารถในการบริหารเวลาของนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. วารสารรวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 35(3), 199-211.
ศิริพร สังกรแก้ว. (2564). การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะสากลของนิสิตครู [วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ศิริสุดา แก้วมณีชัย. (2563). รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหาร เวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร.
สมฤทัย ทองบุญนุ่ม. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้คุณลักษณะบรรยากาศห้องเรียนเชิงบวก สำหรับนักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
อุทัย ดุลยเกษม. (2557). แนวทางพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา. วารสาร เทคโนโลยี
ภาคใต้, 7(1), 93-97.
กาญจนา วัฒายุ (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. ธนพรการพิมพ์.
กิตติพร ปัญญาภิญโญผล. (2549). วิจัยเชิงปฏิบัติการ : แนวทางสำหรับครู, นันทพันธ์ พริ้นติ้ง.
เกียรติสุดา ศรีสุข. (2552). ระเบียบวิธีวิจัย. ครองช่าง.
จริยา เสถบุตร. (2552). การวัดและการประเมินผลทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมิตร.
ชวาล แพรัตกุล. (2520). เทคนิคการวัด (พิมพ์ครั้งที่ 2). วัฒนาพานิช.
ธีรศักดิ์ อุ่นอารมย์เลิศ. (2549). เครื่องมือวิจัยทางการศึกษา : การสร้างและการพัฒนา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย. (2549). หลักการและการใช้สถิติการวิเคราะห์ตัวแปรหลายตัวสำหรับการวิจัย ทางการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 3). ชานเมืองการพิมพ์.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). เติบโตเต็มตามศักยภาพสู่ศตวรรษที่ 21 ของการศึกษาไทย. โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). สำนักทดสอบทางการศึกษา
และจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร.
ยุทธ ไกยวรรณ์. (2550). การสร้างเครื่องมือวิจัย. ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.
รังสรรค์ มณีเล็กและคณะ. (2545). การพัฒนาเครื่องมือสำหรับการประเมินการศึกษา. มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). สุวีริยาสาส์น.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2547). การวัดด้านจิตพิสัย สุวีริยาสาส์น.
วัญญา วิศาลาภรณ์. (2548). การสร้างแบบทดสอบ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมนึก ภัททิยธนี. (2541). การวัดผลการศึกษา. ประสานการพิมพ์.
ชวนนท์ จันทร์สุข และคณะ. (2560, 7-8 ธันวาคม). ความสามารถในการบริหารเวลาของนักศึกษา พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท [เอกสารนำเสนอ]. การประชุมวิชาการ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, นครปฐม,
ประเทศไทย.
Bernardo Tabuenca et al. (2022). Mind the gap: smoothing the transition to higher education fostering time management skills. Universal Access in the Information Society, 2022(21), 367-379.
Hafiz Muhammad Ather Khan. (2016). Exploring Relationship of Time Management with Teachers’
Performance. Bulletin of Education and Research, 38(2), 249-263.
Hair, J. et al. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Upper saddleRiver, New Jersey : Pearson
Education International.
Mehdi Beyramijam. (2020). Work-Family Conflict among Iranian Emergency Medical.
Razali et al. (2017). The Impact of Time Management on Students’ Academic Achievement. Journal of Physics : Conference Series, 995(2018), 1-7.
Richelle V. Adams et al. (2019). Impact of Time Management Behaviors on Undergraduate Engineering Students’Performance. SAGE Publications, pp.199-211.