การพัฒนาชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน บ้านวังหัวดอย สังกัดกลุ่มโรงเรียนน้ำหมัน-หาดล้าจังหวัดอุตรดิตถ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษของเรียนบ้านวังหัวดอยพบว่า ผู้เรียนไม่สามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง ไม่รู้หลักการสะกดคำที่ถูกต้อง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนไม่มีประสบการณ์ในการสอนภาษาอังกฤษ การสอนของครูใช้วิธีการสอนคำศัพท์ในรูปแบบการจดจำคำศัพท์แบบจำเป็นคำ (Whole- word approach) ไม่มีสื่อหรือชุดแบบฝึกทักษะที่เหมาะสมในการกระตุ้นการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนขาดแรงจูงใจในการเรียนคำศัพท์ใหม่ เมื่อเรียนในระดับที่สูงขึ้น ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
การวิจัยในครั้งนี้เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์ 2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียน โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบ โฟนิกส์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังหัวดอย จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 รวมทั้งสิ้น 13 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์จำนวน 6 บทเรียน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์ จำนวน 11 แผน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 3) แบบทดสอบวัดการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความตรงตามเนื้อหารายข้อ (Index of Item–Objective Congruence: IOC) อยู่ที่ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test for dependent samples)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยผู้เชี่ยวชาญมีค่าเฉลี่ยความหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( xˉ = 4.73, S.D. = 0.31) 2) ทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผลการวิจัย ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านแบบโฟนิกส์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นชุดแบบฝึกทักษะที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการอ่านออกเสียงสะกดคำได้ เนื่องจากในชุดแบบฝึกทักษะนี้มีรูปแบบเนื้อหาที่มีคำศัพท์พื้นฐานที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์เสียงพยัญชนะ สระ และตัวสะกดพื้นฐานในภาษาอังกฤษ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จรัสสี สีแสด. (2555). ผลการใช้หลักการซินตีติกโฟนิกส์ในการฝึกออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ค้นคว้าอิสระ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
พิมภรณ์ พวงชื่น. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโฟนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านออกเสียงและสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. การค้นคว้าอิสระ ศษ.ม. มหาวิทยาลัยนเรศวร.พรู ทั่งแดง. " เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกและไม่ใช้แบบฝึกวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย".วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการมัธยมศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์, 2534.
รัชดากาญ จน์ ใยดี. (2565). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโนนตารอด จังหวัดกำแพงเพชร. การค้นคว้าอิสระ ศษ.ม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สาวิตรี อานมณี และ เบญจพร สว่างศรี. (2562). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำโดยใช้เสียงโฟนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิจัยในชั้นเรียน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมา ธิราช
สมบัติ คชสิทธิ์, จันทนี อินทรสูต และ ธนกร สุวรรณพฤฒิ. (2560). การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนยุค THAILAND 4.0. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 7 (2), 175-186.
อัจจิมา ไชยชิต. (2563). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ (Phonics) โดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 . วิจัยในชั้นเรียน
Lewis, M.. & Ellis, S. (2006). Introduction phonics: The wider picture. In phonics:Practice, research and policy. London: SAGE.