ศึกษาภาพลักษณ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี

Main Article Content

อรทัยภ์ ทำมา

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)  เพื่อศึกษาภาพลักษณ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี  2)  เพื่อเสนอแนวทางการสร้างภาพลักษณ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี  ประชากรใช้ในการวิจัย  คือ  ผู้บริหาร  ครู  นักเรียน  นักศึกษา  ผู้ปกครองวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี  จำนวน  4,100  คน  การเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการคำนวณจากตาราง  Taro  Yamane  ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ  95  ความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ  0.05  วิธีการสุ่มแบบช่วงชั้นทำให้ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน  766  คน  และใช้แบบสอบถามความพึงพอใจจากการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย  มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ  30  ปี  มากที่สุด  ส่วนมากเป็นนักเรียน  นักศึกษาและผู้ปกครอง  ระดับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามต่อภาพลักษณ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี  โดยภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  4.30  อยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านผู้บริหารมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  4.59  อยู่ในระดับมากที่สุด  และด้านความรับผิดชอบต่อสังคม  มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  4.01  อยู่ในระดับมาก  ส่วนด้านที่ภาพลักษณ์มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด  เมื่อพิจารณารายข้อมีข้ออยู่ในระดับมากที่สุด  3  ข้อ  คือ  ข้อที่  36  หลักสูตรการเรียนการสอนสามารถตอบสนองความต้องการได้   ข้อที่  58  องค์กรได้เปิดโอกาสในครูและบุคลากรทางการศึกษาได้พัฒนาความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่และข้อที่59  องค์กรมีการจัดฝึกอบรมและส่งครูและบุคลากรทางการศึกษาไปอบรมอย่างสม่ำเสมอ  ส่วนข้อที่ภาพลักษณ์มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ  ข้อที่  35  ครูใช้กิริยาวาจาสุภาพทั้งต่อนักเรียนและผู้ปกครอง  มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  3.38  อยู่ในระดับ ปานกลาง  ข้อเสนอแนะคือควรนำผลการวิจัยไปใช้และปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เป็นจุดอ่อนของภาพลักษณ์วิทยาลัยและพัฒนาให้เป็นจุดแข็งต่อไป  และควรนำจุดแข็งในเรื่องการบริหารจัดการควรดำรงไว้และพัฒนายิ่ง ๆ    ขึ้นไปเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของวิทยาลัยสืบไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทำมา อ. (2017). ศึกษาภาพลักษณ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี. วารสารการอาชีวศึกษาภาคกลาง, 1(2), 77–83. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IVECJournal/article/view/246476
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชนนิกานต์ เสริตานนท์. (2554). ประสิทธิภาพของความสอดคล้องระหว่างธุรกิจหลักกับกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การต่อภาพลักษณ์องค์กร. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิเทศศาสตรและนวัตกรรม คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นลินี พานสายตา. (2555). การรับรู้ภาพลักษณ์คุณภาพบัณฑิตหลักสูตรและการเรียนการสอนของนักศึกษาที่มีต่อสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐ. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สถิติประยุกต์) คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์.

พจน์ ใจชาญสุขกิจ. (2557). จาก CSR สู่ CSV การสร้างองค์กรและสังคมที่ดี… ก้าวสู่ความสำเร็จร่วมกัน. ว. Marketplus. 6(60): 96-98.

พูนลาภ ชัชวาลโฆษิต. (2553). บริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน. ว. Productivity World. 15(88): 37-41.

วนาวัลย์ ดาตี้. (2554). การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร. ว. มหาวิทยาลัยนเรศวร. 19(3): 100-107.

วชิรวิทย์ ยางไชย. (2554). การวิเคราะห์ภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาตามทัศนะของนักเรียน: การวิจัยแบบผสมวิธี.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.3(2): 99-117.

ศุภมาศ ปลื้มกุศล. (2559). อัตลักษณ์ขององค์กรจากการรับรู้ของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย. ว. วิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 11(1): 23-34.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (ม.ป.ป.). แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่1/2557. http://www.nesdb.go.th/Portals/0/news/research/14/data_0501220714.pdf

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2551). สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551.กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). สมรรถนะการศึกษาไทยบนเวทีสากล พ.ศ. 2551.กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก.

สุมาวดี พวงจันทร์, เอกรินทร์ สังข์ทอง, เรชา ชูสุวรรณ และผ่องศรี วณิชย์ศุภวงศ์. (2559). ยุทธศาสตร์การจัดการอาชีวศึกษาของเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทศวรรษหน้า (พุทธศักราช 2558 -2567). ว. ศึกษาศาสตร์. 27(1):

อมรวิชช์ นาครทรรพ. (2556). อุดมศึกษาไทยในรอบศตวรรษ : จากโอกาสและความหวังในอดีตสู่วิกฤตคุณค่าปริญญาในยุคอุดมศึกษาประชานิยม. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.

Gray, E.R. and Balmer, J. M. (1998). Manaing Image and Corporate Requtation.Long Range Planning. 31(5): 695-702.