การพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟน และศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เจ้าของร้านค้าและพนักงานร้านค้า และร้านขายกาแฟสด ที่อยู่บริเวณวิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยอุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟน แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่ออุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย () และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า อุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟนจะส่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อได้รับแสง และเมื่อนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างเพื่อหาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออุปกรณ์ป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟนในภาพรวมพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่ออุปกรณ์ป้องกัน การขโมยสมาร์ทโฟนในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.61
Article Details
|
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร การอาชีวศึกษาภาคกลาง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการอาชีวศึกษาภาคกลางหากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความเพื่อการศึกษาแต่ให้อ้างอิงแหล่งที่มาให้ครบถ้วน สมบูรณ์ สงวนสิทธิ์ โดย สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 ที่ตั้ง 90 ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 034 242 856 , โทรสาร 034 242 858 ISSN : 3056-9176 (print) ISSN : 2985-2382 (online) |
เอกสารอ้างอิง
2. ไทยรัฐออนไลน์. (2559). เน็ต-สมาร์ทโฟนเปลี่ยนพฤติกรรม? คนไทยขยันออนไลน์ ดูคลิปผ่านมือถือ. ค้นเมื่อ มกราคม 23, 2561, จาก http://thairath.co.th.news/tech/559387
3. วัลลภ พรเรืองวงศ์. (2013). วิธีป้องกันมือถือ-สมาร์ทโฟนหาย. ค้นเมื่อ มกราคม 23, 2561, จาก https://www.gotoknow.org/posts/539336
4. อินโฟกราฟิก. (2016). เซนเซอร์แสง โดย LDR. ค้นเมื่อ มกราคม 23, 2561, จาก https://phukphan. blogspot.com
5. Nation TV. (2559). ปี 61 คนไทยใช้สมาร์ทโฟน 90%. ค้นเมื่อ มกราคม 23, 2561, จาก https://www.nationtv.tv. main/content/378485613/