แนวทางการบริหารงานกิจการลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี

Main Article Content

พฤทธิ์อุกฤษฏ์ ช่างเรือนกุล
สาโรจน์ เผ่าวงศากุล
นิพนธ์ วรรณเวช

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารงานกิจการลูกเสือในสถานศึกษาและแนวทางการบริหารงานกิจการลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี


ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี จำนวน 318 คน โดยใช้การสุ่มแบบชั้นภูมิตามสหวิทยาเขต และผู้ให้ข้อมูลสำคัญใน การสนทนากลุ่ม คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า


  1. การบริหารกิจการลูกเสือในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี โดยภาพรวมและรายด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านผู้บริหาร ด้านการจัดมวลกิจกรรมลูกเสือ ด้านผู้กำกับลูกเสือ และด้านลูกเสือ

  2. แนวทางการบริหารกิจการลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี มีดังนี้ 1) ด้านลูกเสือ โรงเรียนควรส่งเสริมให้ลูกเสือสามารถนำทักษะความรู้จากวิชาลูกเสือไปใช้ได้อย่างแท้จริง ให้เกิดลักษณะนิสัยจิตอาสา และควรส่งเสริมให้ลูกเสือ มีคุณธรรม จริยธรรมแบบยั่งยืน 2) ด้านผู้บริหาร ผู้บริหารควรให้ความสำคัญศึกษาและเข้าใจหลักสูตรของลูกเสือในแต่ระดับชั้น และขยายผลสู่ผู้กำกับลูกเสือ มีการวางแผนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียนในการพัฒนากิจกรรมลูกเสือให้เข้าสู่การแข่งขันด้านทักษะลูกเสือสู่ความเป็นเลิศ 3) ด้านผู้กำกับลูกเสือ ผู้กำกับลูกเสือ หรือครูที่ได้รับมอบหมายให้สอนลูกเสือควรให้ความสำคัญ ศึกษาหลักสูตรในแต่ละระดับชั้น เพื่อที่จะนำไปสอนให้ลูกเสือนั้นปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักสูตร โดยมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มพูนความรู้ในด้านลูกเสือ และผู้กำกับลูกเสือควรแต่งกายลูกเสือให้ถูกระเบียบ และแต่งเป็นประจำในทุกสัปดาห์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกเสือ และ 4) ด้านการจัดมวลกิจกรรมลูกเสือ สถานศึกษาควรจัดกิจกรรมตามหลักสูตรลูกเสือที่กำหนด โดยเน้นปฏิบัติ 5 ขั้นตอน แบ่งฐานความรู้ให้ได้เรียน เน้นการปฏิบัติให้เกิดความสนุกในการเรียน มีการอบรมให้ความรู้ฝึกทักษะในด้านระเบียบวินัย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ช่างเรือนกุล พ., เผ่าวงศากุล ส., & วรรณเวช น. (2025). แนวทางการบริหารงานกิจการลูกเสือในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี. วารสารการอาชีวศึกษาภาคกลาง, 9(2), 102–109. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IVECJournal/article/view/289454
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เนตรดาว ปาลรัตน์. (2555). การบริหารงานกิจการลูกเสือโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

ภัทรชัย ธรรมคุณชัย. (2557). การบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการบริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

วรวิทย์ หอมวงษ์ และ นงลักษณ์ ใจฉลาด. (2565, (กันยายน-ตุลาคม). การศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินการงานลูกเสือวิสามัญของสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดพิษณุโลก. วิจัยวิชาการ, 5, (5), หน้า 51-64.

สรรพสิทธิ์ ศรีระวรรณ. (2563, มกราคม-มีนาคม). การพัฒนาแนวทางการบริหารการจัดกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. การบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 8, (30), หน้า 128-136.

สายฟ้า หาสีสุข. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 4. วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สำนักงานคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ. (2551). พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ.

สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบลูกเสือ. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน.

สำนักลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2551). เกณฑ์การประเมินคุณภาพงานลูกเสือภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพร้าว.

Best, J. W. (1981). Research in education. (4th ed.). New Jersey: Prentice Hall.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psycholgical Measurement, 30, (3), pp. 607-610.