An analysis of engagement in mathematics of lower secondary school students
Keywords:
engagement in mathematics, student engagement, mathematicsAbstract
The purposes of this study were (1) to analyze the factors of engagement in mathematics of ninth grade students and (2) to analyze the prevalence of engagement in mathematics of ninth grade students. The sample was 480 ninth grade students by using multi-stage random sampling. The research instrument used in this study was a questionnaire. The data were analyzed with descriptive statistics, correlation, and confirmatory factor analysis. The results were as follows: (1) The factors of engagement in mathematics of ninth grade students comprise cognitive engagement, emotional engagement and behavior engagement. The confirm factor analysis of measurement model of engagement in mathematics of ninth grade students fit the empirical data with chi-square = 0.55, p = 0.45986, df = 1, GFI = 0.999, AGFI = 0.995 and RMR = 0.00175, and (2) The highest number of engagement in mathematics of ninth grade students was a moderate group, it was 235 students (48.96%, average = 3.27). The number of students between low group and high group were similarly proportion. In the low group, there were 123 students (25.63%, average = 2.56). At the same time, in the high group, there were 122 students (25.41%, average = 3.86).
References
ณัฐริกา สิทธิชัย, พินดา วราสุนันท์, วิชา อุ่นวรรณธรรม, แสงเดือน เจริญฉิม และ วสันต์ เดือนแจ้ง. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ เรื่อง สถิติ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี. วารสารการวัดผลการศึกษา, 36(100), 93-109.
ณัฐวัฒน์ มะลิวรรณ. (2556). การเขียนบันทึกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น: การวิเคราะห์พัฒนาการ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธมลวรรณ นวลใย, ศิวะพร ภู่พันธ์ และ กมลทิพย์ ศรีหาเศษ. (2562). การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วารสารการวัดผลการศึกษา, 36(100), 160-173.
นพมาศ ว่องวิทยสกุล. (2557). การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา: การทดลองแบบอนุกรมเวลา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บงกช วงศ์หล่อสายชล. (2555). กลยุทธ์การสร้างความยึดมั่นผูกพันกับโรงเรียนของนักเรียนจากการ วิเคราะห์เอสอีเอ็ม: การพัฒนาและการนำไปปฏิบัติ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุวดี พันธ์สุจริต. (2554). การวิเคราะห์โมเดลทางเลือกของความยึดมั่นผูกพันกับโรงเรียนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านการเรียนรู้แบบลุ่มลึก. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2557). คู่มือการจัดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน O-NET. กรุงเทพมหานคร.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2561). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา. สืบค้นจาก http://www.newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/Login.aspx.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). ผลการประเมิน PISA 2015 วิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ความเป็นเลิศและความเท่าเทียมทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: บริษัท ซัคเซลพับลิเคชั่น จำกัด.
สุชาดา บวรกิติวงศ์. (2548). สถิติประยุกต์ทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ayub, A., Suraya A., Mahmud, R., Salim, N. & Sulaiman, T. (2017). Differences in students’ mathematics engagement between gender and between rural and urban schools. AIP Conference Proceedings. 1795 (1). 020025-1 – 020025-6. DOI: 10.1063/1.4972169
