แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางในการจัดการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานประกอบการ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ 2) เพื่อศึกษาแนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา และ 3) เพื่อประเมินแนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา การวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายในการศึกษา 2 กลุ่มคือ กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาสภาพ ปัญหา และแนวทางในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา จำนวน 5 คน กับกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาที่เป็นผู้ประเมินแนวทางแนวทางในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษาจำนวน 15 คน ประกอบด้วย 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 5 คน 2) ครูนิเทศ จำนวน 5 คน และ 3) ครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า (1) สภาพและปัญหาในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล พบสภาพและปัญหาในด้านการจัดทำหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านความร่วมมือกับสถานประกอบการ ด้านการวัดผลประเมินผล และด้านการพัฒนาครูผู้สอนและบุคลากร (2) แนวทางในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ คือ 1) การจัดทำหลักสูตร 2) การจัดการเรียนการสอน 3) ความร่วมมือกับสถานประกอบการ 4) การวัดผลประเมินผล 5) การพัฒนาครูผู้สอนและบุคลากรเพื่อการจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานต่อไป (3) การประเมินในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับสถานประกอบการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดศรีสะเกษโดยภาพรวม มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (X= 4.60) และมีความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.73)
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
จินตนา รวมชมรัตน์. (2558). รูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในวิทยาลัยอาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารเพื่อการพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
จอมพงศ์ มงคลวนิช. (2561). การบริหารอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐวิทย์ มุงเมือง. (2560). การพัฒนาความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของวิทยาลัยการอาชีพในภาคเหนือตอนบน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
นิรุตต์ บุตรแสนลี. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่มุ่งเน้นประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัย วัดผลและสถิติการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ และคณะ. (2561). การพัฒนากลไกขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำหรับประเทศไทย 4.0. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2560). แผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560-2579. สำนักงาน.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2568). นโยบายแนวทางการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ.2568). สำนักงาน. https://www.facebook.com/share/p/19hnLuur2H/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รายงานการติดตามและประเมินผลการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี. บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สุทธิรักษ์ ทัศบุตร ไพวุฒิ ลังกา ชวนคิด มะเสนะ. (2564). การบริหารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสถานศึกษา ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 17(1), 103-117.
บุญชม ศรีสะอาด.(2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม1 (พิมพ์ครั้งที่ 5). สุวีริยาสาส์น.
สถิตย์ เทศาราช และคณะ. (2564). การศึกษาสภาพและแนวทางการพัฒนางานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี. รายงานการวิจัย.
อิสรียา ออสุวรรณ.(2559) แนวทางการบริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนระบบทวิภาคีในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุดมศักดิ์ มีสุข, สมภพ สุวรรณรัฐ และ วรัทยา ธรรมกิตติภพ. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สาขาช่างอุตสาหกรรมในสถานศึกษาสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 11(3), 221-235.