ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดทำบัญชีน้ำชุมชน: กรณีศึกษาตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วม, บัญชีน้ำชุมชน, การบริหารจัดการน้ำบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดทำบัญชีน้ำชุมชน ในพื้นที่ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 10 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้นำชุมชนหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีน้ำ สมาชิกชุมชนที่มีบทบาทในการเก็บหรือใช้ข้อมูลน้ำ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดทำบัญชีน้ำชุมชน ประกอบด้วย 1) ประสบการณ์ปัญหาการขาดแคลนน้ำในอดีตที่ก่อให้เกิดความตระหนักร่วมของชุมชน 2) การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำซึ่งเป็นกลไกในการกำหนดกติกาและบริหารจัดการร่วม 3) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านน้ำที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจ 4) ความรู้จากประสบการณ์ปฏิบัติจริงของเกษตรกรซึ่งเป็นฐานความรู้เชิงพื้นที่ 5) แรงจูงใจทางเศรษฐกิจจากการปลูกทุเรียนที่มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยงด้านน้ำสูง และ 6) การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำระหว่างระดับนโยบายและระดับชุมชน ปัจจัยดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในลักษณะเชิงระบบ ตั้งแต่การสร้างความตระหนักร่วม การรวมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนข้อมูล การใช้ความรู้ในการตัดสินใจ และการสนับสนุนจากภาครัฐ จนก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการจัดทำบัญชีน้ำชุมชน ผลการวิจัยก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบ โมเดลการมีส่วนร่วมเชิงกระบวนการและวงจรการเรียนรู้เพื่อการจัดทำบัญชีน้ำชุมชนแบบบูรณาการ ซึ่งอธิบายให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของเกษตรกรเกิดจากการเชื่อมโยงของปัจจัยด้านสังคม เศรษฐกิจ สถาบัน และการเรียนรู้ร่วมกันทำให้บัญชีน้ำชุมชนเป็นทั้งเครื่องมือเชิงข้อมูลและกลไกการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ที่สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมทรัพยากรน้ำ. (2566). รายงานสถานการณ์ทรัพยากรน้ำของประเทศไทย. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมวิชาการเกษตร. (2567). การจัดการการผลิตทุเรียนเพื่อรองรับภัยธรรมชาติ.https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2024/11/การจัดการการผลิตทุเรียนเพื่อรองรับภัยธรรมชาติ.pdf
รัตนา เพ็ชรสูงเนิน, ชัชวาลย์ มากสินธ์, พรทิวา อาชีวะ และ ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์. (2568). ทุนทางวัฒนธรรมกับการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ชุมชนตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม. 10(3), 67–80.
วันเพ็ญ วรวงศ์พงศา, ธิติมา วงษ์ชีรี และ วาสนา มานิช. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำของประชาชน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต. 9(1), 170 –182.
ยุภาพร อำนาจ, ธนัสนี สมบูรณ์ และ วัฒนาชัย มาลัย. (2566). การมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารจันทรเกษมสาร. 29(1), 1–16.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation's place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development. 8(3), 213–235. https://doi.org/10.1016/0305-750X(80)90011-X
Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2021). The state of the world’s land and water resources for food and agriculture: Systems at breaking point: Synthesis report 2021. https://doi.org/10.4060/cb7654en
Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/CBO9780511807763
United Nations Statistics Division. (2012). System of environmental-economic accounting for water (Statistical Papers, Series F No. 100). United Nations. https://unstats.un.org/unsd/publication/seriesf/Seriesf_100e.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร การพัฒนาสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.