การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

Main Article Content

ศุภมาส อำพล
ทักษญา สง่าโยธิน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษานโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ 2) ศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมในจังหวัดลำปาง 3) ศึกษารูปแบบการพัฒนาสุขภาพตามแนวคิดของเพนเดอร์ที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และ 4) พัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนเอกสาร นโยบาย และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง ผลการวิจัยพบว่า นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ข้อกำหนดของสหประชาชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม จังหวัดลำปางยังประสบปัญหาด้านทรัพยากร งบประมาณ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้อต่อผู้สูงอายุ การขาดความเข้าใจของครอบครัวและชุมชน ตลอดจนข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคม จากการประยุกต์ใช้แนวคิดของเพนเดอร์ ผู้วิจัยได้พัฒนา “โมเดลดูแลมิติด้านจิตใจเป็นอันดับแรก” ซึ่งประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ การดูแลด้านจิตใจเป็นลำดับแรก การเสริมสร้างพลังภายในบุคคล การจัดและส่งเสริมกิจกรรมที่ความหมาย การรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสนับสนุนความมั่นคงทางการเงิน การจัดการรายได้และทรัพยากร ระบบการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน กลไกการสนับสนุนระยะยาว และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ โดยเน้นมิติด้านจิตใจเป็นแกนหลัก และบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ชุมชน และครอบครัว ทั้งนี้ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองต่อบริบทของจังหวัดลำปาง และสามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่ชนบทอื่นของประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อำพล ศ., & สง่าโยธิน ท. (2026). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(2), 58–70. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/290872
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิราภรณ์ นนทะสุต. (2564). แนวทางการเตรียมความพร้อมของบุคคลเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(10), 80-95.

จุฑามาศ วงจันทร์ และคณะ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 6. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์, 12(1), 32-49.

ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์. (2561). แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์และการประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 38(2), 132-141.

ทัศนา ชูวรรธนะปกรณ์. (2544). การพยาบาลผู้สูงอายุในประเทศไทย: หลักการพยาบาลแบบองค์รวมและการพยาบาลที่เป็นจริง. วารสารสภาการพยาบาล, 16(4), 52-64.

นภัค นิธิวชิรธร. (2562). การประเมินผลระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม เขตสุขภาพที่ 9. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 9, 13(31), 105-118.

ประไพพรรณ ทิพย์สุวรรณ และคณะ. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 6(3), 38-50.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570). เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/4ZP6I

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2567). คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2568 จาก https://image.mfa.go.th/mfa/0/mkKfL2iULZ/คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี-31/คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี_นรม._แพทองธารฯ.pdf

Pender, N. J. (2015). Health Promotion in Nursing Practice. (7th ed.). London: Pearson.

United Nations. (2022). World Population Prospects 2022 Summary of Results. Retrieved March 20, 2025, from https://shorturl.asia/8VEWn