ความเป็นไปได้เชิงกฎหมายและเชิงสถาบันในการจัดตั้งสำนักงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นองค์กรมหาชน
คำสำคัญ:
ธรรมาภิบาลน้ำ, องค์กรมหาชน, กฎหมายทรัพยากรน้ำ, การปรับปรุงกฎหมาย, ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกบทคัดย่อ
การขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำของประเทศไทยมีความก้าวหน้าขึ้นจากการมีกฎหมายแม่บทด้านน้ำและการจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำในหลายพื้นที่ ทว่ากลไกปฏิบัติการระดับลุ่มน้ำที่ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงข้อมูล แผนงาน ความร่วมมือ และเครื่องมือกำกับดูแล เช่น การอนุญาตใช้น้ำ การเรียกเก็บค่าใช้น้ำ และการติดตามประเมินผล ยังมีข้อจำกัดสำคัญด้านฐานะทางกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และความคล่องตัวทางการบริหาร บทความนี้จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ (1) ปัญหาและอุปสรรคเชิงกฎหมายและเชิงสถาบัน และ (2) ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสำนักงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เป็นองค์กรมหาชน รวมถึงเสนอแนวทางการปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็นต่อการทำให้การจัดตั้งดังกล่าวให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยมีการใช้ระเบียบวิธีวิจัยใช้การวิจัยเอกสาร โดยใช้ลักษณะการวิจัยเชิงนิติศาสตร์ผสานการวิเคราะห์นโยบายและสถาบัน โดยทบทวนกฎหมายหลัก กฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและกิจการที่ทับซ้อน ได้แก่ กฎหมายด้านน้ำ การพัฒนาเขตพิเศษ การผังเมือง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กฎหมายป่าไม้และที่ดิน และกฎหมายท้องถิ่น ผลการศึกษาชี้ว่า อุปสรรคหลักล้วนปรากฏในเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การกระจายอำนาจหน้าที่ในหลายหน่วยงานที่ไม่สอดประสาน ข้อจำกัดการมอบอำนาจและความผูกพันของแผนระดับลุ่มน้ำกับแผนและงบประมาณของหน่วยงาน การไม่เชื่อมโยงระหว่าง “แผนลุ่มน้ำ–แผนพัฒนาเขต–ผังเมือง” และการไม่มีนิติบุคคลระดับลุ่มน้ำที่จัดการงบประมาณ บุคลากร จัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูล และเครื่องมือกำกับ เช่น การอนุญาตและค่าใช้น้ำ ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้จากการประเมินความเป็นไปได้พบ 2 แนวทางกฎหมายสำคัญ คือ (1) การปรับแก้กฎหมายหลักด้านน้ำเพื่อรองรับการจัดตั้งสำนักงานลุ่มน้ำเป็นองค์กรมหาชน พร้อมปรับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างส่วนภูมิภาค และ (2) การใช้แนวทางเชิง “จัดโครงสร้างชั่วคราว” ผ่านกฎหมายลำดับรองควบคู่กับการเตรียมเครื่องมือจัดตั้งองค์กรมหาชน สำหรับคุณค่าเชิงองค์ความรู้ใหม่นั้น บทความนี้เสนอตรรกะการออกแบบสถาบันที่เติมเต็มช่องว่างของการที่มีกฎหมายหลายฉบับแต่มักจะขาดสถาบันเชื่อมโยง โดยแสดงให้เห็นว่าสำนักงานลุ่มน้ำสามารถเป็น “สถาบันเชื่อมโยง” ได้อย่างไร นอกจากนั้น บทความนี้ยังเสนอ “ตารางสรุปปัญหา–อุปสรรค–ข้อเสนอแก้กฎหมาย” และหลักการเชิงปฏิบัติ 4 ประการ (ฐานะนิติบุคคลเป็นลำดับแรก การเชื่อมโยงแผนกับงบประมาณ การบูรณาการข้ามภาคส่วนโดยการออกแบบเชิงกฎหมาย และความยืดหยุ่นที่มาพร้อมความรับผิดรับชอบ) เพื่อเป็นฐานการออกแบบสถาบันระดับลุ่มน้ำที่มีทั้งความคล่องตัวและความรับผิดตามหลักกฎหมายมหาชนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงการขออนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม พ.ศ. 2567. (2567). ราชกิจจานุเบกษา.
กฎกระทรวงกำหนดลักษณะการใช้น้ำแต่ละประเภท พ.ศ. 2567. (2567). ราชกิจจานุเบกษา.
กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้ำ พ.ศ. 2567. (2567). ราชกิจจานุเบกษา.
กฎกระทรวงหลักเกณฑ์การกำหนดค่าใช้น้ำ การเรียกเก็บ ลดหย่อน และยกเว้นค่าใช้น้ำ พ.ศ. 2567. (2567). ราชกิจจานุเบกษา.
กฎกระทรวงอัตราค่าใช้น้ำ พ.ศ. 2567. (2567). ราชกิจจานุเบกษา.
จิตราภรณ์ สมยานนทนากุล, สุริยา ปัญญจิตร, จุฬาลักษณ์ โภคาสุข ปัญญจิตร, พัชรา จตุรโกมล, ภวิสร ชื่นชุ่ม และ ขวัญชัย แพโคกสูง. (2568). โครงการศึกษาโครงสร้างและกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพของสำนักงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก (รายงานฉบับสุดท้าย). กรุงเทพฯ: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ.
พระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ. 2564. (2564). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561. (2561). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561. (2561). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496. (2496). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550. (2550). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537. (2537). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540. (2540). ราชกิจจานุเบกษา.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2565). โครงการศึกษานวัตกรรมเชิงระบบ โครงสร้าง และกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ (รายงานฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ.
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก. (2566). แผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ. (2567). แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2580) ฉบับปรับปรุงช่วงที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ.
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543–571.
Anukularmphai, A. (2010). Implementing integrated water resources management (IWRM): Lessons from Thailand (IUCN Report 2010-004). Bangkok: IUCN Asia Regional Office.
Blomquist, W., Dinar, A., & Kemper, K. (2005). Comparison of institutional arrangements for river basin management in eight basins (World Bank Policy Research Working Paper No. 3636). Retrieved from https://documents1.worldbank.org/curated/en/104441468005704969/pdf/wps3636.pdf.
Global Water Partnership. (2000). Integrated water resources management (IWRM) (TAC Background Paper No. 4). Denmark: Global Water Partnership.
Global Water Partnership. (2022). Basin organisations, Water Knowledge Hub. Retrieved from https://waterknowledgehub.org/learn/iwrm-tools/basin-organisations.
Huitema, D., & Meijerink, S. (2017). The politics of river basin organizations: Institutional design choices, coalitions, and consequences. Ecology and Society, 22(2), 42.
OECD. (2015). OECD principles on water governance. Paris: OECD Publishing.
Ostrom, E. (2010). Polycentric systems for coping with collective action and global environmental change. Global Environmental Change, 20(4), 550–557.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.