ความสัมพันธ์ของสมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชี ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงาน ด้านการเงินและบัญชีสถานศึกษาภาครัฐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชีและประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงาน
ด้านการเงินและบัญชีของสถานศึกษาภาครัฐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาคกลาง และเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชี ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชี ซึ่งตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
โดยการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ จำนวน 148 คน อ้างอิงตามตารางของ Krejcie & Morgan (1970) เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถามแล้วนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์โดยใช้สถิติการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชีของผู้ปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทางวิชาชีพมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านทักษะทางวิชาชีพ ด้านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ และด้านความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติงานให้ความสำคัญต่อจรรยาบรรณ ความซื่อสัตย์
และความรับผิดชอบในการทำงานควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีบัญชี ส่วนประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยด้านความโปร่งใสมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา คือ
ด้านความรับผิดชอบ และด้านความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้ปฏิบัติงานในการรักษาความถูกต้อง โปร่งใส และความเชื่อถือได้ของข้อมูลทางการเงิน ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า สมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ความสามารถเชิงเทคนิค ด้านทักษะทางวิชาชีพ ด้านค่านิยมและจริยธรรมทางวิชาชีพ และด้านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสมรรถนะวิชาชีพสามารถพยากรณ์ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 54.4
ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชีของผู้ปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทางวิชาชีพมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านทักษะทางวิชาชีพ ด้านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ และด้านความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติงานให้ความสำคัญต่อจรรยาบรรณ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบในการทำงานควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีบัญชี ส่วนประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยด้านความโปร่งใสมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านความรับผิดชอบ และด้านความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้ปฏิบัติงานในการรักษาความถูกต้อง โปร่งใส และความเชื่อถือได้ของข้อมูลทางการเงิน ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า สมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ความสามารถเชิงเทคนิค ด้านทักษะทางวิชาชีพ ด้านค่านิยมและจริยธรรมทางวิชาชีพ และด้านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งบทความแต่เพียงผู้เดียว โดยกองบรรณาธิการวารสารจะไม่มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นในทุกกรณี
เอกสารอ้างอิง
กรมบัญชีกลาง. (2568). คู่มือการบัญชีภาครัฐ เรื่อง แนวทางประกอบการนำเสนอรายงานการเงิน.
https://finance.rmutsv.ac.th/ruts/27/08/2025/13876/
ณัชชา อาแล. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานทางบัญชีและคุณภาพงบการเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 24(1), 19-30.
ณัฐชา วัฒนวิไล และ จุฑามน สิทธิผลวนิชกุล. (2556). การพัฒนาศักยภาพวิชาชีพบัญชีไทยเมื่อเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ. วารสารนักบริหาร, 32(3), 16-25.
บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การพัฒนาหลักสูตรและการวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร. วีริยาสาส์น.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2556). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนคร.
พัชรทิตา นวลละออง. (2562). ผลกระทบของความรู้ความสามารถและสมรรถนะหลักของนักบัญชีที่มีต่อประสิทธิภาพในการจัดทำรายงานทางการเงิน : กรณีศึกษานักบัญชีในกรม สรรพสามิต. วิทยานิพนธ์ปริญญาบัญชีมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2.
รจนา วิ่งเดช. (2564). การวิเคราะห์สมรรถนะเจ้าหน้าที่งานการเงินและงานการบัญชีที่มีผลต่อการปฏิบัติงานบัญชี: กรณีศึกษาสถานศึกษาภาครัฐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 10.
รังสิยา พิทักษ์คีรี และ ฐิตาภรณ์ สินจรูญศักดิ์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะที่ ส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานด้าน การบัญชีของกรมการเงินกลาโหม. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์, 17(2), 42-55.
วิไลรัตน์ เพ็ชรหึง. (2564). สมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีและการตรวจสอบภายในภาคราชการที่มีผลต่อคุณภาพประเมินการปฏิบัติงานด้านบัญชีภาครัฐ ของสถาบันศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาล สังกัดสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา. วิทยานิพนธ์บัญชีมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). สมรรถนะวิชาชีพบัญชีที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีในสถานศึกษาภาครัฐ สังกัดสำนักงาคณะกรรมการการอาชีวศึกษาภาคกลาง.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2568). ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส่ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. https://qa.chandra.ac.th/files/pdf/ITA/2567/%E0%B8%9C%E0%B8%A5-ITA- 2567.pdf
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Harrington, D., & Harrington, J. S. (1996). Harrington job satisfaction questionnaire. In L. M. Diamond (Ed.), Measuring human resource management (pp. 45-67). McGraw-Hill.
Sanpakdee, P., & Onwimon, N. (2023). Modern accounting competencies on practice success of bookkeepers in Suphan Buri province. Journal of Humanities and Social Sciences, Rajapruk University, 9(3), 134-147. https://so03.tcithaijo.org/index.php/rpu/article/view/274244