จากสนธิสัญญากรุงโรมสู่สนธิสัญญามาสทริชท์

ผู้แต่ง

  • มานพ พรหมชนะ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์, เลขที่ 15 ถ.กาญจนวณิชย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110, manop.p@psu.ac.th

คำสำคัญ:

สหภาพยุโรป, สนธิสัญญากรุงโรม, สนธิสัญญามาสทริชท์, ยูโร

บทคัดย่อ

สนธิสัญญาที่ขับเคลื่อนสหภาพยุโรปฉบับแรกรู้จักกันในนาม “สนธิสัญญากรุงโรม”เป็นหนึ่งในสนธิสัญญาพื้นฐานซึ่งก่อตั้งสหภาพยุโรป (EU) อีกฉบับหนึ่งคือ สนธิสัญญาสหภาพยุโรป หรือที่รู้จักกันในนามสนธิสัญญามาสทริชท์ สนธิสัญญากรุงโรมนำมาซึ่งการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อประชาคมยุโรป (EC) สนธิสัญญาเศรษฐกิจยุโรป (TEEC) มีบทบาทในการลดกำแพงภาษีและก่อตั้งสหภาพภาษีระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างตลาดเดียวสำหรับสินค้า แรงงาน บริการต่าง ๆ และเงินทุนระหว่างประเทศสมาชิก ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างนโยบายการเกษตร การขนส่งร่วมกัน และยังก่อตั้งกองทุนยุโรป และที่สำคัญยังได้ก่อตั้งคณะกรรมาธิการยุโรป อนึ่ง สนธิสัญญาการปฏิบัติงานของสหภาพยุโรป (TFEU) มีที่มาจากสนธิสัญญาก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ลงนามที่กรุงโรมเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1957 และต้องรอกว่า 30 ปี กว่าจะมาถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 สนธิสัญญามาสทริชท์จึงถือกำเนิดขึ้น และสนธิสัญญานี้ได้ก่อตั้งสหภาพยุโรปขึ้น ขณะเดียวกันได้เปลี่ยนชื่อสนธิสัญญาประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) เป็นสนธิสัญญาก่อตั้งประชาคมยุโรป (TEC) และเรียงลำดับสนธิสัญญาใหม่ สนธิสัญญามาสทริชท์ยังปฏิรูปและก่อตั้งโครงสร้าง 3 เสาหลักให้แก่สหภาพยุโรปอีกด้วย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับประชาคมยุโรป อย่างไรก็ตาม ชื่อของสนธิสัญญาดังกล่าวย้อนหลังกลับไปนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 ได้มีการแก้ไขในหลายโอกาส สนธิสัญญามาสทริชท์ยังได้ตัดคำว่า “เศรษฐกิจ” ออกจากสนธิสัญญากรุงโรมอย่างเป็นทางการ และในปี ค.ศ. 2009 สนธิสัญญาลิสบอนได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “สนธิสัญญาการปฏิบัติงานของสหภาพยุโรป”

เอกสารอ้างอิง

Chares de Gaulle. (1977). Discours et messages. Paris : Plon. Tome I.

F.-J. Crédot. Le cadre juridique du passage à l’euro. Les Petites Affiches. 3 janvier 1997. numéro 2. pp. 4 et s.

Gerard Soulier. (1994). L’Europe: histoire, civilisation, institutions. Paris: Amand Colin.

Jacques Destrais et Roger Froment. (1981). Dictionnaire international des traités: des origins à nos jours. Roanne: Editions Horvath.

Joseph Petit. Luxembourg: Plate – Forme Internationale. Luxembourg: P. Linden.

Joseph R. Strayer. (1979). Les origines médiévales de l’Etat moderne. Paris : Payot.

Le Monde วันที่ 31 ธันวาคม 1998 และวันที่ 1-4 มกราคม 1999 เกี่ยวกับการเข้าร่วมของประเทศสมาชิก

Le Petit Robert. Dictionnaire illustré des Noms Propres. Paris : Edition mise à jour.

Le Quatidien de Paris, วันที่ 4 กันยายน 1992

« Le système juridictionnel communautaire après Nice », Cahiers de Droit Européen, Numéros 1-2, 2003, pp. 3-15.

Luis Cartou. (1994). L’Union européenne: traités, de Paris, Rome, Maastricht. Dolloz.

L’Union Européenne: les Traités de Rome et de Maastricht, Textes Comparés. Paris : La Documentation Française 1992

Manop Pormchana. (2003). La réforme constitutionnelle du 25 juin 1992 et la ratification du traité de Maastricht. Presses Universitaires de Lille II, Lille.

Patrick Rambaud. (1997). Aborder le droit communautaire. Paris : Editions du Seuil.

Philippe Manin. (1993). Les Communautés européennes, L’Union européenne. Paris, Edition: A. Pedone.

Pierre Maillard. (1995). De Gaulle et L’ Europe: entre la nation et Maastricht. Paris: Taillandier.

R. Mussot-Goulard. (1992). Charlemagne, Coll. (Que sais-je?). Deuxièmce édition : PUF.

Robert Toulemon. (1994). La Construction européenne. Paris : Editions de Fallois, 1994, p. 11.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-03-05

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ