การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • พระอธิการประเสริฐ ปญฺญาวโร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • สุมาลี บุญเรือง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • วัชรินทร์ ชาญศิลป์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • สวัสดิ์ จิรัฏฐิติกาล กระทรวงยุติธรรม

คำสำคัญ:

การบูรณาการหลักพุทธธรรม, วัฒนธรรมทางการเมือง, ประชาธิปไตย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และ 3. นำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น 0.884 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลหลักอีก 18 รูปหรือคน และสนทนากลุ่มเฉพาะจำนวน 9 รูปหรือคน

ผลการวิจัยพบว่า 1. วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย พบว่า 1) เคารพกติกา ยอมรับผลเลือกตั้งและกฎหมาย 2) ความเสมอภาค ทุกเสียงเท่าเทียม ทรัพยากรเป็นธรรม 3) รับผิดชอบต่อสังคม ร่วมสร้างเครือข่ายโปร่งใส 4) รับผิดชอบตนเอง พึ่งพาตนเอง ใช้ข้อมูลบริหารชีวิต 5) เคารพผู้อื่น มีเมตตา รับฟัง 6) เคารพความแตกต่าง เห็นคุณค่าและเรียนรู้จากความหลากหลาย 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย พบว่า การกล่อมเกลาทางการเมืองหลักสัทธรรม 3 ส่งผลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 0.05 สามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 42.1 และ 43.4 ตามลำดับ 3. นำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย พบว่า 1) ปริยัติสัทธรรม ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และลดการพึ่งพาอุปถัมภ์ 2) ปฏิเวธสัทธรรม สื่อสารอย่างถูกต้อง สร้างสังคมแห่งสันติ 3) ปฏิปัตติสัทธรรม เปลี่ยนพฤติกรรมเน้นศักดิ์ศรีมนุษย์และสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่เข้มแข็ง

เอกสารอ้างอิง

กำพล ศรีโท และคณะ. (2567). รูปแบบการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 6(1), 17-32.

ณัฐกร วิทิตานนท์. (2557). หลักรัฐธรรมนูญเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธนพัฒน์ เฉลิมรัตน์. (2563). กระบวนการกล่อมเกลาทางการเมืองกับความเป็นพลเมืองในจังหวัดเลย. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาตร์, 2(2), 1-9.

ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. (2549). นักการเมืองไทย: จริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน การคอรัปชัน. กรุงเทพฯ: สายธาร.

พนิดา บุนะจินดา. (2567). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในคลื่นความเปลี่ยนแปลงใหม่ตามหลักสัทธรรม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 440-451.

พระมหาฉัตรดนัย วิสารทชโย (ตระกูลคูศรี) และคณะ. (2567). แนวทางการพัฒนาการฝึกอบรมสามเณรภาคฤดูร้อนตามหลักสัทธรรม 3 ในวัดพระธรรมกาย. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 11(2), 609-626.

สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา. (2568). ประชากรจากการทะเบียน จำแนกเป็นรายอำเภอ พ.ศ. 2568. นครราชสีมา: สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา.

สมชาย ชูเมือง. (2565). รูปแบบวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมที่ส่งเสริมความเข้มแข็งตามระบอบประชาธิปไตยในจังหวัดราชบุรี. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 23(2), 41-53.

สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์. (2541). ทัศนคติทางการเมืองของเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: โครงการเอกสารและตำรา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

อัจฉราวรรณ์ ใจยะเขียว และคณะ. (2565). การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในจังหวัดนครสวรรค์. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 5(2), 119-132.

Richard E. Dawson, Kenneth Prewitt. (1969). Political Socialization. Boston: Little Brown.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-29

รูปแบบการอ้างอิง

ปญฺญาวโร พ. ., บุญเรือง ส. ., ชาญศิลป์ ว. ., & จิรัฏฐิติกาล ส. . (2026). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ , 9(5), 43–55. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/bim/article/view/298589