การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้รูปแบบ และศึกษาพัฒนาการด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อรูปแบบ การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ การพัฒนารูปแบบ และการศึกษาผลการใช้รูปแบบ ประชากร ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ภาคปลาย ปีการศึกษา 2567 จำนวน 180 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 38 คน ได้มาด้วยการสุ่มแบบกลุ่ม ประกอบด้วยนักศึกษาสาขาพลศึกษา 23 คน และสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนในรูปแบบคู่ขนาน แบบประเมินทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 ทักษะ และแบบสอบถามความพึงพอใจ แผนการจัดการเรียนรู้ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ 9 ท่าน มีค่าเฉลี่ย 4.89 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 ส่วนเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลมีค่า IOC เท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน และค่าพัฒนาการสัมพัทธ์
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยหลักการ 6 ประการ และขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นเตรียมการ ขั้นฝึกฝน ขั้นนำไปใช้ และขั้นประเมินผล
2. คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้รูปแบบของนักศึกษาทั้งสองสาขาสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าพัฒนาการสัมพัทธ์เฉลี่ยอยู่ในระดับสูง
3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูง ได้แก่ บทบาทของผู้สอน ใบงานกิจกรรม แบบทดสอบ สื่อการเรียนรู้ และขั้นตอนกิจกรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
นิศราภรณ์ ชาติโสม, ทัศนี วรรณทอง และพลธาวิน วัชรทรธำรงค์. (2566). การพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกแบบผสมผสาน. ครุศาสตร์สาร, 17(2), 117-129.
ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา. (2567). ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง แนวทางนโยบายการยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2567. เข้าถึงได้จาก https://www.ops.go.th/en/ches-downloads/edustandard/item/9625-2567
มยุรี สวัสดิ์เมือง, ขวัญฤทัย บุญยะเสนา, สุจิรา ไชยกุสินธุ์, สุวีณา รุ่งโรจน์รัตนากร, Peter Ajonghakoh Foabeh และสุนทรา เฟื่องฟุ้ง. (2567). การเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง สำหรับนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.สุวรรณภูมิ, 8(3), 16-31.
ศิรินยา พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์. (2567). การพัฒนารูปแบบวิทยาการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานตามทฤษฎีความรู้ในเนื้อหา ผนวกวิธีสอนและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความสามารถทางการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันการศึกษาเอกชน. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 16(1), 276-291.
สมบัติ คชสิทธิ์, จันทนี อินทรสูต, และธนกร สุวรรณพฤฒิ. (2560). การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนยุค Thailand 4.0. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์
(มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 7(2), 175-186.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Basturkmen, H. (2020). Developing courses in English for specific purposes. Basingstoke: Palgrave Macmillan.
Cruz Bernal, D. A. (2023). Analyzing ads under CALLA in an EFL classroom: A case study with middle school students in Colombia. Enletawa Journal, 16(1), 1-32.
Đorić, V. (2020). The model of English language learning of the sport students. TIMS Acta, 14, 103-108.
Hyland, K. (2022). English for Specific Purposes: What is it and where is it taking us? ESP Today, 10(2), 202-220.
I-Hsin, K. (2012). The effect of ESP materials on college athlete students’ English learning motivation. Hwa Kang English Journal, 18(1), 117-146.
Joyce, B., & Weil, M. (2000). Models of teaching. (6th ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.
Kashef, S. H., Khorasani, R., & Zahabi, A. (2014). Investigating the effect of a learning-centered instruction on non-English major students’ attitudes toward English course. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 98, 859-863. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2014.03.492
Lui, Z. & Li, C. (2024). An Integrating of Blended Learning Based on Superstar in Table Tennis General Course for Sports Majors. International Journal of Sociologies and Anthropologies Science Reviews, 4(4), 351-366.
Panadero, E., & Järvelä, S. (2021). The effects of self-regulated learning on academic achievement: A meta-analysis. Educational Psychology Review, 33(4), 1639-1662.
Shih, R. (2017). The effect of English for specific purposes (ESP) learning–language lab versus mobile-assisted learning. International Journal of Distance Education Technologies, 15(3), 15-30.