พัฒนาการของวรรณกรรมพุทธศาสนาในพม่า และการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นนำพม่าในช่วงราชวงศ์คองบอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้ต้องการเสนอถึงพัฒนาการสำคัญของวรรณกรรมบาลีพม่าในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา โดยในระยะแรกวรรณกรรมบาลีพม่ายังคงรับอิทธิพลจากพุทธศาสนานิกายเถรวาทในลังกาเป็นหลัก กระทั่งราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 วรรณกรรมบาลีพม่าได้มีการเปลี่ยนแปลงทางฉันทลักษณ์ อีกทั้งยังเริ่มปรากฏงานเขียนในทางโลกียะด้วย อย่างไรก็ตาม งานวรรณกรรมพม่าก็ยังคงจำกัดในราชสำนักจวบจนภายหลังความพ่ายแพ้ต่อบริติชราชในสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 1 วรรณกรรมบาลีพม่าจึงได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง พร้อมกับโลกทัศน์ของชนชั้นนำพม่าเองก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นผลเพียงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีการพิมพ์โดยมิชชันนารีตะวันตก แต่ยังมาจากบทบาทกลุ่มปัญญาชนแห่งลุ่มแม่น้ำชิดวินที่เป็นเครือข่ายของศิษย์ร่วมพระเถระผู้มีถิ่นพำนักในบริเวณลุ่มแม่น้ำชิดวินตอนล่าง ในขณะเดียวกัน ปัญญาชนกลุ่มนี้ยังมีบทบาทในราชสำนักคองบองและมีส่วนในการบ่มเพาะการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นนำพม่าในเวลาต่อมา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมนุษย์กับสังคมก่อน
เอกสารอ้างอิง
คณะสงฆ์หนเหนือ. (2552). ปัญญาสชาดก (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (2533). พม่า: ขบวนการนักศึกษากับประวัติศาสตร์อันระทึกใจ. กรุงเทพฯ: ประพันธ์สาส์น.
ธรรมเจดีย์. (1925). จารึกกัลยาณี เรื่องพงศาวดารสมณวงศ์นิกายฝ่ายใต้: คำจารึกภาษามคธทั้งคำแปลเปนภาษาไทยแลภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: โสภณพิพรรฒธนากร.
ธิดา สาระยา. (2554). มัณฑะเล นครราชธานี ศูนย์กลางแห่งจักรวาล (พิมพ์ครั้งที่ 2 ปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2562). ว่างแผ่นดิน ประวัติศาสตร์เปรียบเทียบ “กรุงแตก” ในสามราชอาณาจักร. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย.
เมียนต์, นินิ. (2543). Burma’s struggle against British imperialism, 1885-1895 [พม่ากับการต่อต้านจักรวรรดินิยมอังกฤษ ค.ศ. 1885-1895]. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
นิยะดา เหล่าสุนทร. (2538). ปัญญาสชาดก: ประวัติและความสำคัญที่มีต่อวรรณกรรมร้อยกรองของไทย. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.
ปัญญาสามี. (2506). ศาสนวงศ์หรือประวัติศาสนา. รุ่งเรืองธรรม.
เลดีสย่าดอ, มหาเถระ. (2514). วิปัสสนาทีปนี: การแสดงเหตุอย่างพิสดารแห่งภาวนามยปัญญา. ม.ป.พ.
เลดีสย่าดอ, มหาเถระ. (2552). อภิธัมมัตถสังคหะและปรมัตถทีปนี (พิมพ์ครั้งที่ 3). ประยูรสาส์นไทย.
สุภัทรดิศ ดิศสกุล, ม.จ., สันติ เล็กสุขุม และสุจิตต์ วงษ์เทศ. (2549). เที่ยวดงเจดีย์ ที่พม่าประเทศ ทางประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มติชน.
อนุมานราชธน, พระยา. (2512). เล่าเรื่องในไตรภูมิของเสฐียรโกเศศ. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
ทินอ่อง, หม่อง. (2551). A History of Burma [ประวัติศาสตร์พม่า] (พิมพ์ครั้งที่ 3). มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย.
อาภาโสม ฉายแสงจันทร์. (2541). การศึกษาเชิงวิเคราะห์ มธุรสวาหินี ลังกาทีป. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. Silpakorn University Repository. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/
/1716?attempt=2&
Bode, M. H. (1966). The Pali Literature of Burma. London: Royal Asiatic Society.
Brereton, B. P. (1995). Thai Tellings of Phra Malai: Texts and Rituals Concernind a Popular Buddhist Saint. Tempe, Arizona: Program for South and Southeast Asian Studies.
Cady, J. F. (1960). A Historty of Modern Burma. (2nd Edition). New York: University of Cornell Press.
Charney, M. (2006). Powerful Learning Buddhist Literati and the Throne in Burma’s Last Dynasty, 1752–1885. Michigan: Centers for South and Southeast Asian Studies, University of Michigan.
Houtman, G. (1990). Traditions of Buddhist practice in Burma [Ph.D., School of Oriental and African Studies, London University]. ResearchGate. https://www.researchgate.net/publication/340488328_Traditions_of_Buddhist_practice_in_Burma.
Norman, K. R. (1983). Pali Literature. Wiesbaden: Otto Harrassowitz.
Sarkisyanz, E. (1965). Buddhist Backgrounds of the Burmese Revolution. Germany: Springer-Science+Business Media.
Smith, D. E. (1965). Religion and Politics in Burma. Princeton: University of Princeton Press.
Taylor, R. H. (1987). The State in Burma. Honolulu: University of Hawaii Press.
Than, T. (1956). History of Buddhism in Burma A.D. 1000-1300 [Doctoral Dissertation, University of London]. The Online Burma/Myanmar Library. https://www.burmalibrary.org/en/history-of-buddhism-inburma-ad-1000-1300.
Maung Khin Hmin danu hpju. (2004). [ท่องไปตามหมุดหมายวรรณกรรม]. Yangon: ein me’ u sa paei.
Pan Hmwei, Maung. (2010). [Mjama nain ngan jahan da hnin jahan htu mja pa hta ma twe]. Yangon: Myanmar to win mjou ma sa pei.
Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’. (1955). [Myanmar Encyclopedia Vol. 2]. Yangon: Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’.
Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’. (1970). [Myanmar Encyclopedia Vol. 11]. Yangon: Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’.
Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’ . (1971). [Myanmar Encyclopedia Vol. 12]. Yangon: Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’.
Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’. (1975). [Myanmar Encyclopedia Vol. 4]. Yangon: Sa pei bei’ hman poun hnei’ tai’.