แนวคิดดี 2 ฝั่งดี 2 ฝ่ายของไทดำ: ภูมิปัญญาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผี และคนกับคน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ เขียนขึ้นเพื่อนำเสนอแนวคิดของคนไทดำ (ลาวโซ่ง) ในประเทศไทย เกี่ยวกับผีเฮือน และความสัมพันธ์สองฝ่ายระหว่างลูกหลานกับผีเฮือนและ ระหว่างเจ้าภาพเสนกับหมอเสน แม่มด ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานเสน ในแบบ “ดี 2 ฝั่ง ดี 2 ฝ่าย” (ดีสองฟะ มะสองตาง)
ผลการศึกษาพบว่า ลูกหลานไทดำ ในประเทศไทยเชื่อมั่นในผีเฮือนในฐานะเป็น “ที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยว” ของตน ไปพร้อมๆ กับหลักพระรัตนตรัยของพุทธศาสนา ผีเฮือนในแนวคิดพวกเขาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามนิสัยของผีเฮือน คือ ผีเฮือนจังไฮ กับ ผีเฮือนไม่จังไฮ ผีเฮือนจะมีความสัมพันธ์กับลูกหลานตามหน้าที่ในแบบ “ดี 2 ฝั่งดี 2 ฝ่าย” โดยฝ่ายผีเฮือน จะทำหน้าที่ปกปักรักษาลูกหลานให้เป็นไปตาม ฮีตคองไทดำ และทำให้พวกเขาอยู่ดีมีสุขในชีวิต ฝ่ายลูกหลานผู้เชื่อว่า ผีเฮือนได้กระทำหน้าที่พวกท่านอย่างนั้นๆ ต่อพวกตนแล้ว ก็จะกระทำหน้าที่ 3 อย่างต่อผีเฮือนเป็นการตอบแทน คือ 1) บอกเล่าผีเฮือนให้รับรู้ผ่านพิธีหน่องก้อและพิธีกิ้ว 2) เลี้ยงดูผีเฮือนผ่านพิธีปาดเซอ พิธีปาดตง และพิธีเสนเฮือน และ 3) ช่วยเหลือผีเฮือนผ่านพิธีเสนเต็ง พิธีกรรมต่างๆ ที่ลูกหลานไทดำได้กระทำต่อผีเฮือนนั้นๆ สื่อสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทดำ (ลาวโซ่ง) ในประเทศไทยผ่านความสัมพันธ์ระหว่างกันแบบ “ดี 2 ฝั่ง ดี 2 ฝ่าย” ได้ 3 ประเด็น คือ ดี 2 ฝั่งดี 2 ฝ่ายระหว่าง 1) ลูกหลานกับผีเฮือนในฐานะความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผี 2) เจ้าภาพเสนกับหมอเสนหรือแม่มดในฐานะความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และ 3) เจ้าภาพเสนกับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานเสนในฐานะความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมนุษย์กับสังคมก่อน
เอกสารอ้างอิง
เทพพร มังธานี. (2556). วัฒนธรรมการสวดมนต์และพระปริตรในวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: เลี่ยงเซียง.
น้อย อ่อนทอง. (24 ธันวาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 106 หมู่ 8 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
นำพวัลย์ กิจรักษ์กุล. (2532). การศึกษารูปแบบการตั้งถิ่นฐาน ประชากร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของลาวโซ่งในจังหวัดนครปฐม. นครปฐม: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เบ่ม โป๊ะโดย. (9 ธันวาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
ปราณี วงศ์เทศ. (2542). ความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษของขมุ. ใน สังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
มา สระทองอินทร์. (30 ตุลาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 55 หมู่ 3 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
เมือง โป๊ะโดย . (11 พฤศจิกายน 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 100 หมู่ 1 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
รวม สิงห์วี. (23 ตุลาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 39 หมู่ 12 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
ระเบียบ วงเดือน. (9 ธันวาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 60 หมู่ 9 ตำบลหินดาล อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร.
เรณู เหมือนจันทร์เชย. (2542). มโนทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ความเชื่อเรื่องผีของลาวโซ่ง. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมคิด ศรีสิงห์. (2542). วัฒนธรรมของไทยโซ่งดำ (ลาวโซ่ง) ในจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร. รายงานการวิจัยได้รับการสนับสนุนวิจัยโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
สาย ทองเต่าหมก. (7 พฤศจิกายน 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 7 หมู่ 4 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
สุพรรณ แร่เงิน. (24 ตุลาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 48 หมู่ 3 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.
สุวรรณ พิทักษ์พงษ์. (30 ตุลาคม 2550). สัมภาษณ์. ราษฎร. บ้านเลขที่ 134 หมู่ 1 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร.