การศึกษาอนุภาคกำเนิดมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงความหมายสัญลักษณ์น้ำเต้าของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ชุมชนบ้านห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่องลวดลายน้ำเต้า: การศึกษาอนุภาคกำเนิดมนุษย์ในกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ชุมชนบ้านห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา เพื่อศึกษาอนุภาคของการกำเนิดมนุษย์ผ่านนิทานเรื่องน้ำเต้าของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ และเพื่อศึกษาการคงอยู่และการเปลี่ยนแปลงความหมายทางสัญลักษณ์น้ำเต้าที่อยู่ในเครื่องแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ชุมชนบ้านห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก มีพื้นที่ศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ชุมชนบ้านห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ผลการวิจัยพบว่า อนุภาคของการกำเนิดมนุษย์ผ่านนิทานเรื่องน้ำเต้าของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ชุมชนบ้านห้วยปลากั้งมีลักษณะร่วมคล้ายกับนิทานของกลุ่มชาติพันธุ์อีกหลายกลุ่ม โดยอนุภาคเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคม รวมถึงความเชื่อทางวัฒนธรรมดั้งเดิมก่อนที่กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่จะรับศาสนาอื่น ๆ เข้ามา สำหรับการศึกษาการคงอยู่และการเปลี่ยนแปลงความหมายทางสัญลักษณ์น้ำเต้าที่อยู่ในเครื่องแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ พบว่า ในอดีตน้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของกลุ่ม โดยเสื้อชาวลาหู่จะปักลวดลายน้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์ไว้บนเสื้อทุกตัวแต่คติความเชื่อใหม่ที่ทางกลุ่มลาหู่รับเข้ามามีผลต่อคติความเชื่อดังเดิมของกลุ่มทำให้ลาหู่ดำบ้านห้วยปลากั้งเลือกที่จะลดทอนความสำคัญของนิทานและสัญลักษณ์น้ำเต้าเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมใหม่ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมนุษย์กับสังคมก่อน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.
กรวิชญ์ โสภา. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (DESIGN THINKING) เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการออกแบบเชิงวิศวกรรม. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 34(1), 76-87. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu/article/view/260272
ปาริตา สายนันไชย และ สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2567). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนการสอน เรื่อง ชนิดของคำ โดยใช้หนังสือแบบฝึกหัด. วารสารวิชาการและวิจัย, 14(1), 295–309. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/neuarj/article/view/269260/183149
สำนักงานนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566, 21 พฤษภาคม). สถิติข้อมูลทางการศึกษา. https://www.bopp.go.th/?page_id=3544
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท). (2566, 6 ธันวาคม). PISA THAILAND. https://pisathailand.ipst.ac.th/?s=PISA+THAILAND
อาธิติยา งอกสิน. (2564). ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามวิธีสอนแบบ MIA เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และกลยุทธ์การอ่านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. Silpakorn University Repository (SURE). https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/26845
อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล. (2557). คู่มือการออกแบบบริการ. ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC). https://resource.tcdc.or.th/ebook/TCDC-Service-Design-Workbook.pdf
Krejcie, R.V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://journals.sagepub.com/doi/10.1177/001316447003000308
Kolb, D.A. (2005). Experiential Learning. Experience as the source of learning and development: Prentice-Hall, Inc, Englewood Cliffs, N.J
การศึกษาอนุภาคกำเนิดมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงความหมายสัญลักษณ์น้ำเต้าของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ชุมชนบ้านห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. (2566, 10 พฤศจิกายน). โบราณว่าน้ำเต้าหน้าตาเหมือนมดลูก. silpa-mag. https://www.silpa-mag.com/culture/article_20387
จุฑาพรรธ์ (จามจุรี) ผดุงชีวิต. (2551). วัฒนธรรม การสื่อสาร และอัตลักษณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). บริษัทแอคทีฟ พริ้นท์ จำกัด.
ชาญยุทธ สอนจันทร์. (2559). ผ้าผะเหวดอีสาน: โครงสร้างของนิทาน, อนุภาคตัวละครและภาพสะท้อนวิถี วัฒนธรรมท้องถิ่น. วารสารวิถีสังคมมนุษย์, 4(1), 283-293. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/wh/article/view/89297
ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. (2555). สัญวิทยา โครงสร้างนิยม หลังโครงสร้างนิยมกับการศึกษารัฐศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์วิภาษา.
ปฐม หงษ์สุวรรณ. (2550). กาลครั้งหนึ่ง: ว่าด้วยตำนานกับวัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปาริชาต เกษมสุข และทิพวรรณ ทั่งมั่งมี. (2566). ผ้าทอไทลื้อสื่อศรัทธาสู่ศิลปะร่วมสมัย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 11(6), 1-14. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/264298
พงศาวดารล้านช้าง. (2506). ประชุมพงศาวดาร เล่ม 2. พระนคร: คุรุสภา.
พงศาวดารเมืองแถง. (2507). ประชุมพงศาวดาร เล่ม 9. พระนคร: คุรุสภา.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น.
ศิราพร ณ ถลาง. (2542). ตำนานสร้างโลกของชนชาติไท : ตัวอย่างการศึกษาวัฒนธรรมจากตำนานในสังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
ศิราพร ณ ถลาง. (2548). ทฤษฎีคติชนวิทยา วิธีวิทยาในการวิเคราะห์ตำนาน - นิทานพื้นบ้าน. โครงการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สร้างเมืองล้านช้าง. (2506). ประชุมพงศาวดารเล่ม 2. คุรุสภา.
สมบัติ บุญคำเยือง. (2550). รายงานวิจัย เรื่อง การศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของชุมชนคนชายขอบกรณีศึกษา ลาหู่และไท-ยวนบ้านป่าจังหวัดเชียงราย. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2561, 27 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม). น้ำเต้าทำแคนแหล่งกำเนิดมนุษย์. มติชนสุดสัปดาห์.
เสาวลักษณ์ อนันตศานต์. (2558). อนุภาคเหนือธรรมชาติในนิทานเรื่องสังข์ทอง. วารสารรามคำแหง (ฉบับมนุษยศาสตร์). 34(2), 1-21. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/huru/article/view/56055
เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายบนผืนผ้า. (2560, 2 พฤศจิกายน). ผ้าทอชนเผ่ามูเซอ (ลาหู่). sacit. www.sacit.or.th
Authony R. W. (1995). Mvuh Hpa Mi Hpa CREATING HEAVEN , CREATING EARTH An Epic Myth of the Lahu People in Yunnan. Printed in Thailand by O.S. Printing House.