ความตระหนักรู้ของเจ้าหน้าที่รัฐต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความตระหนักรู้ของเจ้าหน้าที่รัฐต่อพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ต่อหลักการบริหารราชการใน 7 ด้าน เนื่องจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ตระหนักรู้ต่อหน้าที่ของตนย่อมเป็นผลทำให้กฎหมายไม่บรรลุวัตุประสงค์ เพื่อสร้างแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครอง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ รวมกับการวิจัยเอกสารและแบบสอบถามเจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดมหาวิทยาลัยมหาสารคามจำนวน 100 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยประมวลผลโดยใช้อัตราร้อยละทางสถิติ ควบคู่กับการหาค่าเฉลี่ย และทดสอบสมมติฐานได้แก่ t-test และ one-way ANOVA และการทดสอบค่าเฉลี่ยรายคู่โดยวิธี LSD
ผลการวิจัยพบว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีความตระหนักรู้ต่อการบริหารราชการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 7 ด้าน มีค่าความตระหนักรู้เฉลี่ยร้อยละ 92.57 ปัจจัยที่มีผลต่อความตระหนักรู้ของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ การมีประสบการณ์ในการเข้าร่วมจัดทำแผนปฏิบัติราชการ และ สายการปฏิบัติงานในระดับปฏิบัติการมีค่าความตระหนักรู้ที่สูงกว่าสายวิชาการ ส่วนอายุในการปฏิบัติราชการนานไม่มีผลต่อความตระหนักรู้ของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้านปัญหาและอุปสรรคต่อการตระหนักรู้ของเจ้าหน้าที่รัฐของส่วนราชการมักจะเกิดกับจากการไม่ได้เข้าร่วมในภารกิจในขั้นของการกำหนดนโยบาย การวางแผนปฏิบัติราชการ การทบทวนแผนปฏิบัติราชการ การแก้ไขปัญหาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
ข้อเสนอสำหรับการวิจัยนี้ ควรให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับได้รับรู้กระบวนการทำงานทุกระดับ หรือ มีกระบวนการในการชี้แจง ทำความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมต่อภารกิจของส่วนราชการในลำดับแรก เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ร่วมกัน อันจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชกฤษฎีกาฯ เพื่อให้เกิดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการให้ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติราชการให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมนุษย์กับสังคมก่อน
เอกสารอ้างอิง
ถวัลย์รัฐ วรเทพพุฒิพงษ์. (2539). การนำนโยบายไปปฏิบัติ. เอกสารประกอบการสอนวิชา รศ. 740 การนำนโยบายไปปฏิบัติ ฉบับที่ 1. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
บรรเจิด สิงคะเนติ. (2522). หลักพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (แก้ไขเพิ่มเติม 2562). (2546, 9 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 120 ตอนที่ 100 ก. หน้า 1.
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม). (2553, 7 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 127 ตอนที่ 75 ก. หน้า 51.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.
วรเดช จันทรศร. (2548). ทฤษฎีการนำนโยบายไปปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สหายบล็อกและการพิมพ์.
สิทธิโชค วรานุสันติกูล. (2524). จิตวิทยาสังคม: ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
Heyer, D and Mausfeld, R. (2002). Perception and the Physical World. [Online]. Available form: https://onlinelibrary.wiley.com/doi/book/10.1002/0470013427 [Accessed 7 March 2022].
Hoffman, D.D. (2018). The Interface Theory of Perception. Wiley Online Library, Volume (2), Abstract.
Donald, S., Van Meter and Carl, E., Van Horn (1975). The Policy Implementation Process: A Conceptual Framework. Administration and Society, 6(4), 445-448.
Walter, W. (1975). Implementation Analysis and Assessment Policy Analysis. Public policy paper, University of Washington Institute of Governmental Research, 1(3), 531-566.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd Ed.). New York: Harper and Row Publications.