การศึกษาและวิเคราะห์นโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 ในมิติการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล : ประเทศไทย

Main Article Content

กาญจนา สกุลเพชรอร่าม
ชลธี เสมอเชื้อ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์​ยุทธศาสตร์​เส้นทางสายไหม​ทางทะเลของจีน ตามเป้าหมายของนโยบาย “One Belt One Road” ที่ว่าส่งเสริมเศรษฐกิจคือเป้าหมายหลัก ส่งเสริมวัฒนธรรมคือเป้าหมายรอง​ ว่าจะก่อให้เกิดข้อได้เปรียบหรือข้อเสียเปรียบอย่างไรต่อประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ระหว่างสำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ (Hanban)  และสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันอย่างไร ในมิติของการเผยแพร่วัฒนธรรม โดยการวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ
ใช้วิธีการศึกษาเชิงเอกสาร (Documentary Study) ที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวคิดอำนาจเชิงอ่อน (Soft Power) และทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม(Diffusionism)


ผลการวิจัยพบว่า 1) ตามเป้าหมายของนโยบาย “One Belt One Road” ทำให้ประเทศไทยเกิดความได้เปรียบในด้านเศรษฐกิจ กล่าวคือ ประเทศไทยสามารถพัฒนาประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า และการกระจายสินค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ง่ายกว่าประเทศ อื่นๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ยังทำให้ไทยได้เปรียบในด้านการคมนาคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้เนื่องด้วยหลายๆ โครงการในประเทศไทยที่จีนเข้ามาลงทุนนั้น ก็มิได้สร้างผลประโยชน์ต่อไทยเสมอไป การศึกษาวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของจีนในครั้งนี้พบว่า ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางทะเลของจีนนั้นทำให้ไทยเสียเปรียบในด้านทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากเช่นกัน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการลงทุนด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในไทย อสังหาริมทรัพย์ การทำเหมืองแร่และอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษและสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น และในระยะยาวอาจทำให้ไทยนั้นขาดน้ำหนักทางการต่อรองในหลายๆ ด้านที่จีนได้เข้ามาลงทุนและทำหน้าที่เป็นนายทุนใหญ่อีกด้วย ในขณะเดียวกันหากมองในมิติของการเผยแพร่วัฒนธรรมแล้วพบว่า สถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งด้านการศึกษาที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่วัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบายของจีนนี้อาจเป็นข้อเสียเปรียบของไทยที่อาจจะไม่ได้ตั้งตัวเนื่องด้วยการใช้ยุทธศาสตร์การเผยแพร่วัฒนธรรมให้ชาวต่างชาตินั้นจะสามารถค่อยๆ สร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความเป็นจีนไปสู่การยอมรับของชาวต่างชาติได้อย่างช้าๆ และเห็นผลได้มากที่สุดในระยะยาว การเผยแพร่วัฒนธรรมรูปแบบนี้อาจทำให้เกิดการปลูกฝังค่านิยมอันเกิดจากการถูกใช้อำนาจเชิงดึงดูดของจีนเพื่อนำไปสู่การยอมรับความเป็นจีนในสากลหรือแม้แต่ในไทยเอง    


2) จากการศึกษาวิเคราะห์สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ (Hanban)  (汉办)  และสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเลนั้น พบว่าทั้งสองสถาบันนั้นมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่คือ ทั้งสองสถาบันล้วนเป็นสถาบันที่ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนและวัฒนธรรม โดยสำนักงาน Hanban นั้นมีหน้าที่ในการสนับสนุนและคอยให้การช่วยเหลือแก่สถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเลในการจัดส่งอาจารย์ผู้สอนภาษาจีนและอาจารย์อาสาสมัครชาวจีนไปสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนในสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัย และโรงเรียนต่างๆ ในไทย ซึ่งสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเลมีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมจีน ตลอดจนการจัดกิจกรรมเผยแพร่ทางวัฒนธรรมจีนต่างๆ ตามโอกาสและเทศกาลสำคัญ ๆ ของจีนในไทย โดยการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านสถาบันขงจื่อไปยังสถานศึกษาหรือไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในไทยนั้นเสมือนเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมและพัฒนายุทธศาสตร์ และเป็นการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมที่ถูกส่งผ่านกิจกรรมทางสังคม ความคิดหรือวัฒนธรรมเพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมายของนโยบาย One Belt One Road ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจีนมุ่งหวังจะนำผลประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนานโยบายนี้กลับเข้าไปพัฒนาประเทศจีน เพื่อจะนำพาจีนให้บรรลุเป้าหมาย “China Dream” หรือ “ความฝันจีน” ตามความปรารถนาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศจีนต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Article)

เอกสารอ้างอิง

ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล. (2560). ยุทธศาสตร์จีนบนเวทีโลก(ฉบับปรับปรุง). (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพมหานคร: ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธ
ศึกษาทหารบก.
ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล. (2561). ยุทธศาสตร์จีนบนเวทีโลก เล่ม2 ความเคลื่อนไหวในปี พ.ศ.2560-2561. (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพมหานคร: อรุณการพิมพ์. ชลิตา สุนันทาภรณ์. What We Need to Know: One Belt One Road เส้นทางสายไหมทางบกทางทะเลในศตวรรษที่ 21. [Online]. (2017).
Available: https://waymagazine.org/wwntk_onebelt/ [25 กรกฎาคม 2562]
ประภัสสร์ เทพชาตรี. One Belt One Road (OBOR): ผลกระทบต่ออาเซียน. [Online]. (2560).
สาธิต มนัสสุรกุล. “สถาบันขงจื่อ” ซุ่มเงียบแผ่อิทธิพลจีน?. [Online]. (2563).
สุรชาติ บำรุงสุข. (2557). Soft Power. กรุงเทพมหานคร: สถาบันการข่าวกรองสำนักข่าวกรองแห่งชาติ.
สุมาลี สุขดานนท์. (2562). ผลกระทบและแนวโน้มการพัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 [28 กรกฎาคม 2562]
สุพัตรา สุภาพ. (2536). สังคมและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพาณิช
นิคม บางจริง. (2553). ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวในวิถีชีวิตชาวมอญ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
อสิ ม้ามณี. (2555). การใช้ soft power ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ : กรณีศึกษาการดำเนินการของทีมประเทศไทยในเนปาล.
กรุงเทพมหานคร: สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ.
Manager online. https://www.tpa.or.th/tpanews/upload/mag_content/129/ContentFile2520.pdf/ [20 สิงหาคม 2562]
Nye, J. S. JR. (2004). SoftPower:The Means toSuccess in World Politics. New York: BBS Public Affairs. Available:
http://www.drprapat.com/one-belt-one-road-obor-ผลกระทบต่ออาเซียน/ [13 ตุลาคม 2562]
Kaiyin Zhou และคณะ. (2559, มกราคม-มิถุนายน). การจัดการสถาบันขงจื่อแห่งราชอาณาจักไทย. ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ. 16(1), 153-
163.