การสร้างรูปแบบการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุของศูนย์ศึกษาสมุนไพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)

Main Article Content

พระครูวิจารณ์โกศล กนฺตธมฺโม (เพ็งพริ้ง)
พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ)
สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับปถวีธาตุในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุของศูนย์ศึกษาสมุนไพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) 3) เพื่อสร้างรูปแบบการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุของศูนย์ศึกษาสมุนไพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เป็นงานวิจัยเชิงผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ พื้นที่ศูนย์ศึกษาสมุนไพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) ประชากรเป็นผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดเกี่ยวกับปถวีธาตุ พบว่า ปถวีธาตุหรือธาตุดินเป็นหนึ่งในธาตุ 4 ที่ประกอบเป็นร่างกายมนุษย์ มีลักษณะแข็ง หยาบ มีความแน่นทึบ ทำหน้าที่ค้ำจุนร่างกาย ประกอบด้วย 20 ส่วน แบ่งเป็น 5 กลุ่มตามลักษณะทางกายวิภาค ความผิดปกติของปถวีธาตุมี 3 ลักษณะ คือ ปถวีธาตุพร่อง (อ่อนเพลีย กระดูกเปราะบาง) ปถวีธาตุกำเริบ (ตึงแข็ง ปวดเมื่อย) และปถวีธาตุพิการ (ผิดรูป บิดเบี้ยว) สาเหตุเกิดจาก 4 ประการ คือ อุตุวิปริณาม วิสมปริหาร อาสยวิปริณาม และกรรมวิปากชนิต แนวคิดนี้สอดคล้องกับการแพทย์แผนไทยที่อธิบายปถวีธาตุเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของร่างกาย 2) การศึกษาสภาพการใช้สมุนไพรของศูนย์ศึกษาสมุนไพรฯ พบการใช้สมุนไพรเดี่ยว 30 ชนิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแก้ปวดบำรุงกระดูก กลุ่มลดการอักเสบ และกลุ่มบำรุงโลหิตธาตุ ตำรับยาสมุนไพร 12 ตำรับ เช่น ยาประสะกระดูก ยาแก้ลมจับโปงน้ำเดิน มีกระบวนการรักษา 4 ขั้นตอน ปัญหาที่พบ ได้แก่ การถ่ายทอดองค์ความรู้ไม่ครบถ้วน สมุนไพรบางชนิดหายาก ขาดบุคลากรเชี่ยวชาญ และทัศนคติของผู้รับบริการ 3) ผลการสร้างรูปแบบการใช้สมุนไพร ได้รูปแบบ “PATH Model” ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก คือ หลักการพื้นฐาน การวินิจฉัย การรักษา การดูแลแบบองค์รวม และ การติดตาม ผลการประเมินรูปแบบพบว่ามีประสิทธิผลในการรักษา ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยร้อยละ 23.31 และได้รับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด รูปแบบนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กนฺตธมฺโม (เพ็งพริ้ง) พ., กิตฺติปญฺโญ พ. . (สุชาติ), & พรพิชณรงค์ ส. . (2025). การสร้างรูปแบบการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับปถวีธาตุของศูนย์ศึกษาสมุนไพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ). วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 9(3), 90–101. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/287182
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2565). รายงานสถานการณ์สมุนไพรไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.

กัลยาณี ศรีสวัสดิ์ และคณะ. (2565). การพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย: กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน. 12(2), 45-62.

ประนอม สิงห์โต. (2563). การศึกษาเชิงเปรียบเทียบแนวคิดธาตุ 4 ในพระพุทธศาสนาและการแพทย์แผนไทย. วารสารวิชาการพระพุทธศาสนา. 15(1), 125-142.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2553). พุทธธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.

พระพุทธโฆสเถระ รจนา. (2545) คัมภีร์วิสุทธิมรรค. แปลและเรียบเรียงโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจอาสภมหาเถร). (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: บริษัทธนาเพรส จำกัด.

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ. (2559). พระพุทธศาสนากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

เพ็ญแข และคณะ. (2564). รากฐานทางปรัชญาของการแพทย์แผนไทย: การวิเคราะห์เชิงพุทธศาสตร์. วารสารพุทธศาสตร์และปรัชญา. 8(3), 78-95.

เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ. (2557). ทฤษฎีการแพทย์แผนไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2545). มิลินทปัญหา ฉบับแปลในพระไตรปิฎกฉบับหลวง. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2534). พระไตรปิฎกพร้อมอรรถกา แปล 91 เล่ม. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

รุ้งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล. (2564) การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยกับวิทยาการสมัยใหม่. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 19(1), 112-115.

วรรณดี บุญเรือง. (2562). หลักการวินิจฉัยและรักษาตามแพทย์แผนไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิชัย เชาวลิต. (2561). ความรู้ทางสรีรวิทยาในพระพุทธศาสนา: การศึกษาเปรียบเทียบกับการแพทย์สมัยใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์การแพทย์. 25(3), 189-203.

วุฒิชัย จริยานุวัฒน์. (2563). สมุนไพรไทยกับการรักษาโรคกระดูกและข้อ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมศักดิ์ พันธุ์มณี. (2562). การสำรวจความหลากหลายของสมุนไพรในสถาบันการแพทย์แผนไทย: กรณีศึกษา 20 สถาบัน. วารสารสมุนไพรไทย. 7(4), 234-251.

Aggarwal, B. B. & Harikumar, K. B. (2009). Potential therapeutic effects of curcumin, the anti-inflammatory agent, against neurodegenerative, cardiovascular, pulmonary, metabolic, autoimmune and neoplastic diseases. The International Journal of Biochemistry & Cell Biology. 41(1), 40-59.

Craig, P. et al. (2008). Developing and evaluating complex interventions: The new Medical Research Council guidance. BMJ. (337), a1655.

Goyal, M. et al. (2014). Meditation programs for psychological stress and well-being: A systematic review and meta-analysis. JAMA Internal Medicine. 174(3), 357-368.