องค์ธรรมของการอวดอุตตริมนุสสธรรมตามหลักพระวินัยปิฎก

Main Article Content

ภัทรชวนันท์ พัฒนธัญธนธรณ์
พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ
เสนาะ ผดุงฉัตร

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ธรรมของการอวดอุตตริมนุสสธรรมตามหลัก พระวินัยปิฎก การอวดอุตตริมนุสสธรรมเป็นข้อบัญญัติที่สำคัญในพระวินัยที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ เพื่อป้องกันมิให้เหล่าภิกษุใช้คุณวิเศษเหนือมนุษย์ที่ตนเองไม่มี เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญหรือความเลื่อมใสจากหมู่ชนทั้งหลาย ซึ่งอาบัตินี้ปรากฏชัดในพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ซึ่งการกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมนั้น มีการพิจารณา คือ 1) อวดจัง ๆ หรืออวดตรง ๆ (อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน) เมื่อผู้ฟังเข้าใจ ความหมาย ภิกษุผู้อวดเป็นอาบัติปาราชิก 2) อวด (อุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน) โดยไม่เจาะจงผู้ฟัง ผู้ฟังแม้คนหนึ่งเข้าใจ ภิกษุผู้อวดเป็นอาบัติปาราชิก ถ้าผู้ฟังไม่เข้าใจ ภิกษุผู้อวดเป็นอาบัติถุลลัจจัย ซึ่งการอวดอุตตริมนุสสธรรมโดยอ้อมค้อมมี 3 อย่าง ได้แก่ 1) อ้างลักษณะแห่งรูปพรรณ 2) อ้างบริขาร คือบาตรจีวร 3) อ้างที่อยู่อาศัย อาบัติปาราชิกในสิกขาบทนี้เป็นสจิตตกะ องค์ธรรมของการอวดอุตตริมนุสสธรรมในพระวินัย จะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของพระพุทธองค์ที่ทรงบัญญัติสิกขาบทนี้ เพื่อเป็นการรักษาความบริสุทธิ์ของพระธรรมวินัยและความมั่นคงของพระสงฆ์ ซึ่งการบัญญัติข้อห้ามดังกล่าวมิได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อจะควบคุมพฤติกรรมทางกฎหมายสงฆ์ แต่ยังเป็นการสร้างกรอบแห่งศีลธรรมที่รักษาความจริง ความซื่อสัตย์ และความบริสุทธิ์ทางจิตใจของภิกษุผู้ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นเกราะป้องกันมิให้สงฆ์ถูกบ่อนทำลายด้วยการแสดงความอวดอุตตริโดยมิชอบ ซึ่งองค์ธรรมแห่งอาบัติการอวดอุตตริมนุสสธรรมนั้น มีคุณค่าทั้งในด้านเชิงพระวินัยและในด้านเชิงสังคมปัจจุบัน เพราะจะช่วยป้องกันความเสื่อมศรัทธาของพุทธบริษัท และทำให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พัฒนธัญธนธรณ์ ภ., กนฺตวณฺโณ พ., & ผดุงฉัตร เ. (2025). องค์ธรรมของการอวดอุตตริมนุสสธรรมตามหลักพระวินัยปิฎก. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 9(3), 122–134. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/288054
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2560). ธรรมะภาคปฏิบัติ 1. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2562). พระไตรปิฎกศึกษา. พระนครศรีอยุธยา: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ป. หลงสมบุญ. (2540). พจนานุกรม มคธ-ไทย. กรุงเทพฯ: อาทรการพิมพ์.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2541). พระไตรปิฎกและการศึกษาเชิงวิชาการ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ:บริษัทสหธรรมิก จำกัด.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. กรุงเทพฯ: ผลิธัมม์.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2559). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: ผลิธมม์

พระภาวนาพิศาลเมธี วิ. (ประเสริฐ มนฺตเสวี). (2562). อานาปานสติภาวนา. กรุงเทพฯ: ประยูรสาส์นไทยการพิมพ์.

พระมหาชินวัฒน์ แสงชาตรี. (2548). ศึกษาวิเคราะห์บทบาทของภิกษุณีในสมัยพุทธกาล. วิทยานิพนธ์ศิลปะ ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

พระสัทธัมมโชติกะ ธัมมมาจริยะ. (2560). ปรมัตถโชติกะ ปริจเฉทที่ 9 เล่มที่ 1 สมถกรรมฐานทีปนี. กรุงเทพฯ: บริษัท อินเตอร์ พริ้นท์ จำกัด.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส). (2515). พระวินัยปิฎก เล่ม 1: มหาวิภังค์. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

Horner, I. B. (1938). The Book of the Discipline (Vinaya-Piṭaka), Vol. I. London: Pali TextSociety.

Thanissaro Bhikkhu. (1994). The Buddhist Monastic Code. California: Metta ForestMonastery.