ศึกษาความสุขในจิตวิทยาเชิงบวก และ ความสุขในพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความสุขในมุมมองของจิตวิทยาเชิงบวก และ จิตวิทยาเชิงพุทธที่ได้อธิบายทั้งความหมาย และ องค์ประกอบของความสุขที่เกิดขึ้นในบุคคลทั่วไป โดยในบทความนี้จะเน้นการให้นิยามความหมาย รวมทั้งองค์ประกอบของความสุขจากแนวคิดของมาร์ติน เซลิกแมน (Seligman) ผู้มีชื่อเสียงในการศึกษาจิตวิทยาเชิงบวก ซึ่งได้อธิบายว่า การพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาจุดแข็ง การเห็นคุณค่าตนเอง เพื่อให้บุคคลมีความก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ โดยมีแนวคิดพื้นฐานเน้นที่การพัฒนาส่วนบุคคลเป็นหลักนั้นสามารถนำพาให้บุคคลไปสู่การมีความสุขได้ ซึ่งความสุขไม่ได้เป็นเพียงแค่การได้รับความสำเร็จหรือความพึงพอใจชั่วคราว แต่เป็นการสร้างชีวิตที่มีความหมายและเต็มเปี่ยมด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพจิตซึ่งมีองค์ประกอบ 5 อย่างดังต่อไปนี้ 1) อารมณ์บวก 2) การมีส่วนร่วม 3) ความสัมพันธ์ 4) ความหมาย 5) ความสำเร็จ ส่วนในมุมมองของพระพุทธศาสนา ได้อธิบายเรื่องความสุขไว้ว่ามีความหมายที่สำคัญอยู่ 3 นัยด้วยกัน ได้แก่ 1) สภาวะ แห่งความสุข ความสบาย 2) สภาวะที่ปราศจากความทุกข์ ไม่มีทุกข์ ขจัดหรือทำลายความทุกข์ และ 3) สภาวะที่สามารถทนต่อความทุกข์ได้ง่าย โดยความสุขนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความสุขกายและความสุขใจ อีกทั้งยังสามารถ แบ่งความสุขเป็น 10 ระดับดังต่อไปนี้ 1) กามสุข 2) ปฐมฌานสุข 3) ทุติยฌานสุข 4) ตติยฌานสุข 5) จตุตถฌานสุข 6) อากาสากัญจายตนสมาปัตติสุข 7) วิญญาณัญจายตนสมาปัตติสุข 8) อากิญจัญญายตนสมาปัตติสุข 9) เนวสัญญานาสัญญายตนสมาปัตติสุข 10) สัญญาเวทยิตนิโรธสมาปัตติสุข ซึ่งทั้งสองความสุขนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เกิดความพอใจ เกิดความเบิกบานใจ ยิ่งหากได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและดำเนินการให้ความสุขอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่บุคคล ซึ่งทั้งสองแนวคิดต่างเน้นการพัฒนาจิตใจให้เกิดความสงบ และ ความสมบูรณ์ของชีวิตในปัจจุบัน ส่วนพระพุทธศาสนามุ่งสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างถาวร สองแนวคิดของความสุขจึงสามารถนำมาบูรณาการในการส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะทางจิตใจของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในเชิงจิตวิทยาและจิตวิญญาณ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
เกสร มุ้ยจีน. (2559). การสร้างความสุขด้วยจิตวิทยาเชิงบวก. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 24(4), 673-681.
ฐณัฏฐ์ อัฑฒ์ทิวัตถ์ธนา. (2567). ทฤษฎี PERMA: กุญแจสู่องค์กรแห่งความสุข. วารสารสังคมศึกษาปริทรรศน์. 1(1), 78-88.
เทพประวิณ จันทร์แรง และ พัลลภ หารุคำจา. (2564). ความสุขในพระพุทธศาสนา. หนังสือสารนิพนธ์พุทธศาสตรบัณฑิต วิทยาเขตเชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ธนวรรณ ตั้งเจริญกิจสกุล และ ณกมล จันทร์สม. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของบุคลากรการประปานครหลวงสายงานบริการ. วารสารการเงินการลงทุนการตลาดและการบริหารธุรกิจ. 4(2), 694-716.
พระปลัดวุฒิพงษ์ กิตฺติวณฺโณ. (2563). การศึกษาเปรียบเทียบทัศนะเรื่องความสุขในพุทธศาสนาเถรวาทกับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก. วารสารธรรมวัตร. 1(1), 1-10.
พระมหาวิเชียร สุธีโร. (2562). ความสุขในทัศนะของพระพุทธศาสนา. วารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม. 4(1), 42-47.
พระราชวิมลโมลี. (2564). ความสุขในมุมมองของพระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์. 8(1), 65-82.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Fabio S.C. et al. (2012). From Authentic Happiness to Well Being: The Flourishing of Positive Psychology. Psicologia: Refl exão e Crítica. 26(4), 663-670.
Seligman, M. E. P. (2013). Flourish: a visionary new understanding of happiness and well-being. New York: Atria Books.
Seligman, M. (2000). Positive Psychology: An Introduction. American Psychologist. 55(1), 5-14.
Zajonc, A. (2006). Love and Knowledge: Recovering the Heart of Learning Through Contemplation. Teachers College Record. 108(9), 1742–1759.