อิทธิบาท 4 กับการบูรณาการการเรียนการสอนรัฐศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบูรณาการหลัก อิทธิบาท 4 กับการเรียนการสอนรัฐศาสตร์ โดยประชากรศึกษา ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1–4 คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม จำนวน 331 คน และกลุ่มตัวอย่าง 181 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อคำถามเกี่ยวกับการบูรณาการอิทธิบาท 4 กับการเรียนการสอนรัฐศาสตร์ จำนวน 12 ข้อ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน ผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือพบว่า แบบสอบถามมีความตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.66–1.00) และความเชื่อมั่นสูง (Cronbach’s α = 0.85) การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการโดยการแจกแบบสอบถามด้วยตนเองและตรวจสอบความครบถ้วนก่อนวิเคราะห์ ข้อมูลถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษามีความคิดเห็นต่อการบูรณาการอิทธิบาท 4 ในการเรียนการสอนรัฐศาสตร์อยู่ในระดับ “มาก” (Mean = 4.19, SD = 0.05) โดยด้านการเรียนการสอนมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (Mean = 4.24, SD = 0.05) ส่วนด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนมีค่าเฉลี่ย 4.19 และ 4.16 ตามลำดับ การวิเคราะห์ ANOVA พบว่า เพศและสถานภาพไม่ส่งผลต่อการบูรณาการอิทธิบาท 4 อย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05) แต่ อายุและระดับชั้นปี มีผลอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) โดยผู้เรียนอายุมากและชั้นปีสูงมีระดับฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสาสูงกว่า สะท้อนถึงการพัฒนาเชิงจิตตปัญญาและพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับประสบการณ์และวุฒิภาวะ การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการหลักอิทธิบาท 4 สามารถส่งเสริมการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญาและพฤติกรรมของนักศึกษารัฐศาสตร์ เพิ่มแรงจูงใจ ความเพียร ความตั้งใจ และความสามารถในการใช้ปัญญาในการวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
กระมล ทองธรรมชาติ และเชาวนะไตรมาส. (2546). เอกสารการสอนชุดวิชาหลักพื้นฐานทางรัฐศาสตร์หน่วยที่ 1–9. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
กัลยาวานิชย์ บัญชา และ รัฐพงศ์ จั่วแจ่มใส. (2548). การศึกษาทัศนคติพฤติกรรมและปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มของผู้บริโภคสื่อโฆษณาในสตรีมบนกลุ่มวีดีโอออนไลน์. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย. 6(1), 9-24.
กิตตินันท์ มลิทอง. (2543). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
ดลพัฒน์ ยศธร. (2542). การนำเสนอรูปแบบการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพุทธศาสตร์. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต ครุศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี และคณะ. (2568). การบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการสังคมสงเคราะห์เชิง ปฏิบัติ. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์. 7(2), 569-582.
พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม). (2552). รัฐศาสตร์ในพระไตรปิฎก. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ). (2549). การงานที่เป็นสุข. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2543). ธรรมะกับการทำงาน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
พระประศาสตร์ศิลป์ สิริมงฺคโล (กาญบุตร). (2560). พุทธวิธีการสอนในการเรียนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาเขตสาทร กรุงเทพฯ. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2549). การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ.
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. (2564). สืบค้น 20 กันยายน 2557 จาก http://84000.org/tip itaka/dic/d_item.php?i=213
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2542). ความรู้คู่คุณธรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัศรวิชญ์ ทองทวี และ ซัลมา ณ ดาราฉาย. (2562). กลวิธีโน้มน้าวในหนังสือธรรมะทางพุทธศาสนาของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต. วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์. 1(1), 67-81.
สถิตย์ รัชปัตย์. (2548). การประยุกต์หลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการศึกษาเล่าเรียนของนักศึกษาคฤหัสถ์. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุภาพร ศรีพหม และ พิมพ์อร สดเอี่ยม. (2561). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู. วารสารมณีเชษฐารามวัดจอมมณี. 7(5), 816-832.