การศึกษาวิเคราะห์การปฏิบัติตามหลักโพชฌงค์เพื่อการละนิวรณ์ในสังคารวสูตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาโครงสร้างและสาระสำคัญในสังคารวสูตร 2) เพื่อศึกษาหลักนิวรณ์และโพชฌงค์ในสังคารวสูตร 3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์การปฏิบัติตามหลักโพชฌงค์เพื่อการละนิวรณ์ในสังคารวสูตร เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา หนังสือ และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วนำเสนอในรูปแบบเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สังคารวสูตรเป็นพระสูตรที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างนิวรณ์กับการกั้นปัญญา พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ สังคารวพราหมณ์ มีสาระสำคัญคือ ทรงชี้ให้เห็นว่านิวรณ์เป็นเครื่องกั้นปัญญา ปิดกั้นจิตไม่ให้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง และไม่รู้ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น และประโยชน์ทั้งสองฝ่าย พระพุทธองค์ทรงอุปมาจิตที่ถูกนิวรณ์ครอบงำเหมือนน้ำขุ่นมัวที่ไม่สามารถสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจน ขณะที่จิตที่ปราศจากนิวรณ์เปรียบเสมือนน้ำใสสะอาดที่สามารถรู้เห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง แสดงให้เห็นว่านิวรณ์เป็นเครื่องกั้นปัญญา ส่วนโพชฌงค์เป็นองค์ธรรมฝ่ายตรัสรู้ที่ช่วยชำระจิตให้ผ่องใสและนำไปสู่วิชชาและวิมุตติ 2) นิวรณ์ 5 ประกอบด้วย กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นอกุศลธรรมที่ทำให้จิตเศร้าหมอง ส่วนโพชฌงค์ 7 ประกอบด้วย สติ ธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา เป็นองค์ธรรมที่เกื้อกูลต่อการพัฒนาจิตและมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นลำดับ ทั้งนิวรณ์และโพชฌงค์ต่างมีเหตุเกิดและอาหารที่เกื้อหนุน โดยนิวรณ์เกิดขึ้นและมีกำลังด้วยอโยนิโสมนสิการและอารมณ์ที่เป็นอาหารของนิวรณ์แต่ละประเภท ขณะที่โพชฌงค์เจริญงอกงามด้วยโยนิโสมนสิการและการเจริญสติปัฏฐาน 4 ซึ่งเป็นอาหารของโพชฌงค์และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาจิตและการละนิวรณ์ 3) การละนิวรณ์ในสังคารวสูตรมิใช่การกดข่ม แต่เป็นกระบวนการพัฒนาจิตผ่านการเจริญโพชฌงค์อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่การมีสติรู้เท่าทันสภาวธรรม การพิจารณาตามเหตุปัจจัย การเพียรละอกุศลและเจริญกุศล จนจิตเกิดความเบิกบาน สงบ ตั้งมั่น และวางเฉยอย่างมีปัญญา ส่งผลให้นิวรณ์ค่อยๆ เสื่อมกำลังและถูกละไปโดยลำดับ จนจิตสามารถรู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง และนำไปสู่วิชชาและวิมุตติตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในสังคารวสูตร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2534). อธิบายหลักธรรมตามหมวดจากนวโกวาท. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ). (2548). นิวรณ์ 5 สิ่งกีดขวางความสุขและสงบ. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2548). โพชฌงค์ : พุทธวิธีเสริมสุขภาพ. กรุงเทพฯ: บริษัท สหธรรมิก.
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). (2552). ทางสายกลางเพื่อความหลุดพ้น. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). (2548). วิปัสสนามัย เล่ม 1, แปลและเรียบเรียงพระคันธสาราภิวงศ์, นครปฐม : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีเอไอ เซ็นเตอร์.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). (2549). มหาสติปัฏฐานสูตร ทางสู่พระนิพพาน. แปลและเรียบเรียงโดยพระคันธสาราภิวงศ์. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยรายวันการพิมพ์.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). (2550). วิปัสสนามัย เล่ม 2, แปลและเรียบเรียงพระคันธสาราภิวงศ์, นครปฐม : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีเอไอ เซ็นเตอร์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2532). อรรถกถาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาอัฏฺกถา. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2544). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: บริษัท ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์ จำกัดมหาชน.