การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ร่วมกับการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความสามารถพื้นฐานทางการแพทย์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ร่วมกับการเรียนรู้เชิงสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความสามารถพื้นฐานทางการแพทย์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังการใช้หลักสูตร 3) ศึกษาความสามารถพื้นฐานทางการแพทย์ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เข้าอบรม การวิจัยใช้แบบแผนกลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่สนใจศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวน 20 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย หลักสูตรฝึกอบรม แบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ แบบประเมินความสามารถพื้นฐานทางการแพทย์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบวิลคอกซัน
ผลการวิจัยพบว่า
หลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการและเหตุผล 2) จุดมุ่งหมายหลักสูตร 3) เป้าหมาย 4) โครงสร้างและเนื้อหาหลักสูตร 5) เนื้อหาสาระของหลักสูตรฝึกอบรม 6) ระยะเวลาของหลักสูตร 7) กิจกรรมการฝึกอบรม 8) สื่อการฝึกอบรม และ 9) การวัดและประเมินผล หลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.67, S.D. = 0.46) คะแนนความรู้พื้นฐานทางการแพทย์หลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (W = 190, p < .01) ความสามารถพื้นฐานทางการแพทย์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.92, S.D. = 0.19) และความพึงพอใจต่อหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.94, S.D. = 0.19)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ขัตติยาพร คนเที่ยง และคณะ. (2566). ผลของการปฏิบัติซ้ำในสถานการณ์จำลองด้วยหุ่นผู้ป่วยเสมือนจริงสมรรถนะสูง ต่อความมั่นใจในตนเองและการตัดสินใจทางคลินิกของนักศึกษาพยาบาล. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 5 (2), 1-16.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 21. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
วริศรา ปั่นทองหลาง และคณะ. (2568). ผลการจัดการเรียนรู้โดยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความรู้ ความพึงพอใจ และความมั่นใจในตนเองของนักศึกษาพยาบาล. วารสารสุขศึกษา, 48 (1), 102-115.
สมนึก ภัททิยธนี. (2560). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 และแนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ : สำนักนายกรัฐมนตรี.
เสาวรส แพงทรัพย์ และคณะ. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลในการดูแลมารดาหลังคลอดและทารกแรกเกิดโดยผ่านการเรียนรู้แบบใช้สถานการณ์เสมือนจริง. วารสารพยาบาลศาสตร์แห่งประเทศไทย, 42 (1), 95-110.
Agha, S., et al. (2015). Satisfaction of medical students with simulation-based learning. Saudi Medical Journal, 36 (6), 731–736. https://doi.org/10.15537/smj.2015.6.11501.
Cant, R. P., and Cooper, S. J. (2017). The value of simulation-based learning in pre-licensure nurse education: A state-of-the-art review and meta-analysis. Nurse Education in Practice, 27, 45-62. https://doi.org/10.1016/j.nepr.2017.08.012.
Deci, E. L., and Ryan, R. M. (2000). The what and why of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11 (4), 227-268. https://doi.org/10.1207/S15327965PLI1104_01.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.
Freeman, S., et al. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111 (23), 8410-8415. https://doi.org/10.1073/pnas.1319030111.
Heinen, M. M., et al. (2017). Nurses’ intention to leave their profession: A cross-sectional observational study in 10 European countries. International Journal of Nursing Studies, 74, 174–184. https://doi.org/10.1016/j.ijnurstu.2017.06.004.
Issenberg, S. B., et al. (2005). Features and uses of high-fidelity medical simulations that lead to effective learning: A BEME systematic review. Medical Teacher, 27 (1), 10-28. https://doi.org/10.1080/01421590500046924.
Jeffreys, M. R. (2015). Jeffreys’s nursing universal retention and success model: Overview and action ideas for optimizing outcomes A–Z. Nurse Education Today, 35 (3), 425-431.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Lave, J., and Wenger, E. (1991). Situated learning: Legitimate peripheral participation. Cambridge University Press.
Nguyen, T. T., et al. (2025). Predictors of satisfaction and self-confidence in simulation learning among healthcare students. Clinical Simulation in Nursing. Advance online publication.
https://doi.org/10.1016/j.ecns.2025.101828.
Steinert, Y. (2014). Faculty development: From workshops to communities of practice. Medical
Teacher, 36 (5), 403–406. https://doi.org/10.3109/0142159X.2014.887834.
Taba, H. (1962). Curriculum development : Theory and practice. Harcourt, Brace & World.
Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. University of Chicago Press.
World Health Organization. (2020). State of the world’s nursing 2020 : Investing in education, jobs and leadership. World Health Organization. [Online]. Available : https://www.who.int/publications/i/item/9789240003279. [2026, January 1].
World Health Organization. (2022). Global strategy on human resources for health : Workforce 2030–Progress update 2022. World Health Organization. [Online]. Available : https://www.who.int/publications/i/item/9789240053774. [2026, January 1].
Yardley, S., et al. (2012). Experiential learning: Transforming theory into practice. Medical Teacher, 34 (2), 161-164. https://doi.org/10.3109/0142159X.2012.643264.