พัฒนาการทางประวัติศาสตร์และตัวตนของเมืองแพร่
Abstract
The history of Mueang Phrae is still ambiguous due to the lack of the evidence and continuous records. For this reason, the written history of Mueang Phrae is based on the belief without concrete evidence. Mueang Phrae appeared in the folk legend of Mueang Payao for the first time in the early ๑๗th of Buddhist century as an independent state known as “Kwaen Pala Nakhon.” Additionally, it had relations with nearby states which are Kwaen Yonok, Kwaen Khelang Nakorn, Kwaen Phookamyao (Payao), Kwaen Nan, and Kwaen Sukhothai. In B.E. 1986, Kwaen Pala Nakhon was merged to be a part of Lanna Kingdom. It then became only a city in Lanna Kingdom. It served the king of Lanna Kingdom in Chiang Mai. Many noblemen took turns to rule this city. In B.E. ๒๑๐๑, Lanna was colonized by Myanmar. Therefore, Phrae was also colonized by Myanmar. The king of both Myanmar and Lanna had an authority to shuffle noblemen to be the ruler of Mueang Phrae. However, sometimes the ruler of Mueang Phrae took a significant role; consequently, he was named to be the King of Lanna Kingdom. In B.E. ๒๓๑๓, Paya Mongchai, the ruler of Phrae rebelled against the King of Myanmar and became an alliance of Siam King. Thus, the status of Phrae was a colony of Siam. The Ancien regime was implemented by Saensai dynasty which had the highest authority in the city. The status of the noble ruler was known as “King of Mueang NaKhon Phrae” who owned every life in the city. In B.C 2442, Mueang Nakhon Phrae was affiliated with Siam. As a consequence, “Phrae province” has been a part of Thailand since then. In terms of Phrae’s identity, the identity of traditional stateconsisted of physical state and imaginative state which overlapped each other. Therefore, the most significant element of Phrae’s identity was “Ancien” regime comprising of king (ruler of the city) , noblemen, castle, city, and state. The system of “Buddhism” (Brahman) consisted of grand temple of the city, a temple where pillar shine of the city was located, and the temple called Wat Luang Hua Wieang. Furthermore, the“spirit” system composed of spirit of the city, spirit which protected the city and other areas.
Downloads
References
กรมศิลปากร. ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน. พระนคร : เจริญธรรม, ๒๕๐๖.
คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฯ. ประชุมศิลาจารึกสุโขทัย. ม.ป.ท. : ม.ป.พ., ม.ป.ป.
จินตนา ยอดยิ่ง. ประวัติของชื่อตำบลและหมู่บ้านในเขตอำเภอเมืองแพร่จังหวัดแพร่. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.๒๕๑๙.
ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ ยุพิน เข็มมุกด์ และวรวิมล ชัยรัต (บรรณาธิการ). ไม่มีวัดในทักษาเมืองเชียงใหม่ บทพิสูจน์ความจริงโดยนักวิชาการท้องถิ่น. เชียงใหม่ : มิ่งเมือง, ๒๕๔๘.
บำเพ็ญ ระวิน (ปริวรรต). มูลสาสนา สำนวนล้านนา. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๘.
ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๕ พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). ม.ป.ท. : ม.ป.พ., ๒๕๐๖.
ประสิทธิ์ ขอบรูป (ปริวรรต). มหาพลนคร ตำนานพระธาตุช่อแฮ. แพร่ : เมืองแพร่การพิมพ์, ๒๕๕๗.
พรรณเพ็ญ เครือไทย และคณะ. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม ๙ จารึกในจังหวัดแพร่. เชียงใหม่ : มิ่งเมือง, ๒๕๔๙.
ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ราชวงศาพื้นเมืองเชียงใหม่. เอกสารอัดสำเนา, ๒๕๑๘.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์ใบลานนิพานสูตร วัดทุ่งโฮ้งเหนือ ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๑๙ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์นันทเสน ผูก ๔ วัดทุ่งโห้งใต้ ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๐๐ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์บัวรวงศ์หงส์อามาตย์ ผูก ๔ วัดทุ่งโฮ้งเหนือ ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๐๒ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์มูลกิตติ จารโดยพระยาวิไชยปัญญาซ้อน วัดไฮสร้อย ตำบลปากกาง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๓๔.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์ใบลานสมณเสฏฐีชาดก วัดทุ่งโฮ้งเหนือ ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์สุวรรณสังข์ ผูก ๒ จารโดยพระอินทะ วัดแม่ลานเหนือ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๗๗ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). จารึกท้ายคัมภีร์ใบลานสัพพนาม ผูก ๓ วัดทุ่งโฮ้งเหนือ ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พ.ศ.๒๔๖๙ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). ตำนานเชียงใหม่ จารโดยพระไชยวุฒิ ฉบับวัดอัมพาราม บ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). ตำนานพระธาตุเจ้าลำปาง ฉบับวัดสะปุ๋งหลวง ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จารพ.ศ.๒๔๕๙ อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). ตำนานพื้นเมืองพะเยา. เอกสารอัดสำเนา, ๒๕๕๖.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). พับสาคำเรียกขวัญขึ้นเรือนใหม่ ฉบับบ้านนาตุ้ม เมืองลอง, อักษรธรรมล้านนา.
ภูเดช แสนสา (อ่าน). พับสาทักษาของบ้านเมือง ฉบับของเมืองแพร่ อักษรธรรมล้านนา. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๗ วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๑๑๙.
รณี เลิศเลื่อมใส. ฟ้า–ขวัญ–เมือง จักรวาลทัศน์ดั้งเดิมของไท : ศึกษาจากคัมภีร์โบราณไทอาหม. กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, ๒๕๔๑.
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร. ประวัติวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จังหวัดแพร่ฉบับสมบูรณ์. พิมพ์ครั้งที่ ๓. แพร่ : เมืองแพร่การพิมพ์, ๒๕๕๕.
วัดหลวง. วัดหลวงเมืองแพร่เมื่อ ๑๐๐๐ ปี. ม.ป.ท. : ม.ป.พ., ม.ป.ป.
วงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่. ขัตติยานีศรีล้านนา. กรุงเทพฯ : วิทอินดีไซด์, ๒๕๔๗.
ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี. การบูรณะและพัฒนาอุโบสถวิหารวัดพระธาตุช่อแฮพระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่. เชียงใหม่ : หจก.ชุติมาพริ้นติง, ๒๕๕๖.
ศรีศักร วัลลิโภดม และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ. นครแพร่จากอดีตมาปัจจุบันภูมินิเวศวัฒนธรรมระบบความเชื่อและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : วัชรินทร์ พีพี, ๒๕๕๑.
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี. เชียงใหม่ : มิ่งเมือง, ๒๕๓๘.
สรัสวดี อ๋องสกุล (ปริวรรต). ประชุมตำนานลำปาง. เอกสารอัดสำเนา, ๒๕๔๘.
สรัสวดี อ๋องสกุล (ปริวรรต). พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, ๒๕๔๖.
สรัสวดี อ๋องสกุล (ปริวรรต). พื้นเมืองน่าน ฉบับวัดพระเกิด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, ๒๕๓๙.
สุจิตต์ วงศ์เทศ (บรรณาธิการ) นายต่อ (แปล). มหาวงษ์พงศาวดารพม่า. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๕.
สมพงษ์ จิตอารีย์. การศึกษาบทสู่ขวัญและพิธีสู่ขวัญของชาวไทลื้อ อำเภอปัว จังหวัดน่าน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวรรณกรรมล้านนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๔๕.
หจช.ร.๕ ม.๕๘/๑๘๒ รายงานต่างๆ จัดราชการเมืองนครลำปาง (๒๐ ธ.ค. ๑๑๖–๑๑ เม.ย. ๑๒๗).
Sithu Gamani Thingyan. Zinme Yazawin. Today printing, 2003.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2016 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “วารสารข่วงผญา” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
