The The process for enhancing holistic health with the participation of the elderly people in Pang Pao Community, Khi Lek Sub-district Mae Taeng District, Chiang Mai Province
Keywords:
Holistic Health Promotion, Participation, ElderlyAbstract
This research is the qualitative research with the objectives to study the enhancing holistic health process with the participation of the elderly including related factors as suggested guidelines for the holistic health process with the participation of the elderly in Pang Pao community, Khi Lek subdistrict, Mae Tang district, Chiang Mai province. By using the concepts of public participation, elderly people, the elderly enhancement and holistic health treatment as the basis for the study. The target group for the study was the elderly group aged 60 years and above, totaling 165 people, with a questionnaire as the research tool and descriptive statistical data is used for data analysis explanation, describe or summarize the collected data in terms of frequency distribution, central tendency measurement and data distribution measurement.
The research results found that the participatory process for enhancing the holistic health of the elderly in Pang Pao community was at a moderate level. The average score was 3.03 (SD = 0.66) in terms of benefits obtained from government welfare such as elderly living allowance and the community forest resources utilization. However, the elderly still lacked continuity in their participation in decision-making and evaluation toward health promotion. While factors affecting the holistic health promotion of the elderly were at a high level. The mean value was 3.45 (SD = 0.50), indicating potential which was a strength from the internal factors of individuals and communities as well. On the other hand, organizational factors still had limitations in budget allocation to promote various activities and approaches to promoting holistic health with participation of the elderly in the Pang Pao community. Overall, it was at a high level. The mean value was 3.58 (SD = 0.54), which was a result of doing hobbies and various activities together within the community. It reflected the connection and good relationship between each other. Therefore, there should be a strategy to promote the health of the elderly holistically by government agencies and various related agencies into local strategic plans to raise the importance of health of the elderly in the community to ensure continuity and sustainability
Downloads
References
กิตติศักดิ์ ไกรจันทร์, จิราพร วรวงศ์, สกาวรัตน์ ไกรจันทร์, ผดุงศิษย์ ชำนาญบริรักษ์, พนิดา โยวะผุด,ธีรภัทร นวลแก้ว, พัชรี แวงวรรณ, มนทกานด์ อันสีแก้ว, ณฐพร คำศิริรักษ์, เศวนา ครุนันท์, รัตนา เสนาหนอก, อรุณรัตม์ แสนบุญรัตน์, ขวัญเรือน แก้วเฮ้า, ฐานิตา ศรฬสวรรณ, ปราณี แข็งแรง, สุพจน์ ภูแก้ว, ประคอง แซ่โค้ว, ศศิมา ปักโคสัง, อรพันธุ์ แสนศักดิ์,…...สังคม คำอินทร์. (2555). โครงการวิจัยการสร้างพื้นที่ต้นแบบในการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่เมือง ชุมชนสามัคคี ตำบลตลาดอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เกวลี เครือจักร, และ สุนทรี สุรัตน์. (2558). รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคประชาสังคมและชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 3(2), 161-171.
เกษแก้ว เสียงเพราะ, นิศารัตน์ อุตตะมะ, ประกาศิต ทอนช่วย, และ สายฝน ผุดผ่อง. (2561). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชน ต่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวมให้กับผู้สูงอายุในชุมชนชนบทของจังหวัดพะเยา. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 48(2), 113-123.
กรวรรณ ยอดไม้. (2562). ประสิทธิผลโปรแกรมเครือข่ายครอบครัวต่อการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของผู้ดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดขอนแก่น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
คิดณรงค์ โคตรทอง. (2564). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยภาคีผู้สูงอายุในชุมชนบ้านยางเทิงตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ดารารัตน์ จำเกิด, กานต์ชัญญา แก้วแดง, รัชนียา เนติรัตน์, สุพรรณี พิมสุวรรณ, ฉลาด เต ชะ, มณฑาทิพย์ งามเจริญ,กัญจนี กลิ่นพันธ์, ณัฐวัชฑ์ ผ่องเกษม, อทิตยา ใจเตี้ย, สามารถ ใจเตี้ย, สุวัฒน์ ขำสุข, บุญศรี ชิณศิริ, อาวุธ ยิ้มสาระ, วิริยา ไชยมาตร์, และ พิมุกข์พงค์ พลับพลาทอง. (2555). โครงการ “แนวทางการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภาวะสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่” (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เทศบาลตำบลจอมแจ้ง. (2566). แผนพัฒนาท้องถิ่นห้าปี พ.ศ. 2566 - 2570 ของเทศบาลตำบลจอมแจ้ง ตำบลขี้เหล็กอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: เทศบาลตำบลจอมแจ้ง.
นภัค นิธิวชิรธร. (2562). การประเมินระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม เขตสุขภาพที่ 9. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 13(31), 105-118.
พระธรรมนูญ เพชรเลิศ, ภักดี โพธิ์สิงห์, และ ยุภาพร ยุภาศ. (2562). การส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมของผู้สูงอายุแบบบูรณาการในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารการจัดการและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 6(1), 1-26.
เยาวลักษณ์ วงศ์ประภารัตน์. (2554). โครงการการศึกษาระบบเสริมสร้างสุขภาวะสู่แนวทางการพัฒนาของกลุ่มผู้สูงอายุบ้านสันทรายหลวง อ. สันทราย จ. เชียงใหม่. (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศรัณรัตน์ ระหา, คำภีระ แสนกุง, อมร สุวรรณนิมิตร, ชนกพร ศรีประสาน, มลิวัลย์ โคตรโสภา, นำพล วงค์เชียงยืน, เย็นจิต อุทัยดา, ถนอม ชัยสุวรรณ, เพ็ญศรี โคตรโสภา, และ รักคณาวงษ์เดช. (2556). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการเสริมสร้างสุขภาวะให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง บ้านสร้างแก้ว ตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 “พลิกโฉมประเทศไทยสู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน”. กรุงเทพ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สมบัติ นามบุรี. (2562). ทฤษฎีการมีส่วนร่วมในงานรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารวิจัยวิชาการ, 2(1), 183-196.
สมลักษณ์ กอกุลจันทร์ (2558). ผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมต่อพฤติกรรมการดูแลเด็กของผู้ดูเด็กที่มีภาวะบกพร่องด้านการเรียน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.
Marketeer Team. (2565). สถิติผู้สูงอายุไทยปี 65 จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มต่อเนื่อง แต่อัตราการเกิดต่ำ. สืบค้นจาก https://marketeeronline.com
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2023 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “วารสารข่วงผญา” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
