แนวทางการปฏิรูปนโยบายสาธารณะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย: กรณีนโยบายระบบการเงินระดับฐานราก (Microfinance)
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความเหลื่อมล้ำอาจเกิดจากการขาดโอกาส ขาดสิทธิ ขาดทรัพยากร หรือ หลายคนอาจคิดว่าเกิดจากธรรมชาติไม่เข้าข้างหรือเป็นบุญกรรมแต่ชาติปางก่อน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม “รัฐ” จะต้องมีหน้าที่ลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ให้หมดไป ซึ่ง สฤณี อาชวานันทกุล (2554: 38) ได้อธิบายว่า ความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจเป็นความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนที่สุดในบรรดาความเหลื่อมล้ำทั้งหมด โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ นั่นคือ การส่งเสริมให้ประชาชนในระดับฐานรากมีโอกาสทางด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึง “การเข้าถึงบริการทางการเงิน” (Financial inclusion) แต่เหตุใดกลุ่มคนบางกลุ่มจึงไม่ได้รับบริการทางการเงินจากสถาบันการเงินทั่วไปได้ สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา
Muhammad Yunus เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2006 ผู้ริเริ่มแนวคิดบนฐานทฤษฎีที่ว่า เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human capital) และสินเชื่อเป็นเสมือนเงินจึงสามารถสร้างทุน ทำให้ผู้ที่ได้รับสินเชื่อไม่ต้องตกอยู่ในภาวะที่ยากจน แต่เนื่องจากการเข้าถึงระบบการเงินเชิงพาณิชย์นั้นมีความซับซ้อน และผู้ขอสินเชื่อต้องมีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน ทำให้บุคคลที่มีรายได้น้อย และไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันจะไม่ได้รับสินเชื่อเพื่อนำไปบริโภคหรือลงทุนให้หลุดพ้นจากวัฏจักรแห่งความยากจน (Vicious cycle) ได้ จึงเป็นที่มาของ “Microfinance” หรือการให้บริการทางการเงิน มกราคม - เมษายน 256259 ระดับฐานราก ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีสถาบันทางการเงินที่ให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและยากจนหลายประเภท แต่ต่างก็มีข้อจำกัดในการให้บริการ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นบทบาทของภาครัฐในการปฏิรูประบบการเงินระดับฐานรากของไทยและผลักดันนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตราพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก โดยให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานรากรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลงานด้านระบบการเงินทั้งหมดของประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับการเงินระดับฐานรากให้มีความ มั่นคง ซึ่งเป็นเสมือน “ตาข่ายนิรภัยทางสังคม” และเป็นการเรียกคืน “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
ให้กับผู้มีรายได้น้อยและคนจนในสังคมไทยต่อไป
Article Details
@ 2020 King Prajadhipok's Institute The Government Complex Commemorating All Right Reserved.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการคลัง. (2554). 50 ปี 50 บทความนำไทยก้าวไกล. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.
ทวีศักดิ์ มานะกุล. (2554). การพัฒนาระบบการเงินระดับฐานในประเทศไทย. ใน 50 ปี 50 บทความนำไทยก้าวไกล. เนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 50 ปี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. กรุงเทพฯ: มปพ.
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2556). รายงานประจำปี 2556. กรุงเทพฯ: ธนาคารแห่งประเทศไทย.
ป๋วย อึ๊งภากรณ์., (2512). ศีลธรรมและศาสนาในการพัฒนาชาติ ใน ปาฐกถาอนุสรณ์ซินแคลร์ ทอมป์สัน ค.ศ. 1969. วิทยาลัยพระคริสตธรรมในประเทศไทย และสภาคริสตจักรในประเทศไทย 21-23 มกราคม 2512.
เปิดทางตั้งแบงก์ชุมชนทุกตำบลฝาก – กู้ได้. (2561). เดลินิวส์. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/economic/625839.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2553). ความเหลื่อมล้ำที่จับต้องได้. [เว็บไซต์]. สืบค้นจาก http://tdri.or.th/tdri-insight/inequality-worawan/
สภาปฏิรูปแห่งชาติ. (2558). วาระปฏิรูปที่ 13 : การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ แนวทางการปฏิรูปการเงินฐานราก. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สมศักดิ์ อมรสิริพงศ์. (2558). การจัดการการคลัง. นครปฐม : หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะและการจัดการภาครัฐ ภาควิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
สฤณี อาชวานันทกุล. (2554). ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา. นนทบุรี เปนไทพับบลิชชิ่ง.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. (2558). นวัตกรรมในการพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน : แผนที่การเข้าถึงบริการทางการเงินระดับฐานราก, ผลงานวิชาการเสนอในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง “นวัตกรรมการคลังการเงินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน. สืบค้นจาก http://www.fpo.go.th/FPO/modules/Content/getfile.php?contentfileID=9570
Banerjee, Abhijit V. & Duflo, Esther, 2005. “Growth Theory through the Lens of Development Economics,” Handbook of Economic Growth, in: Philippe Aghion & Steven Durlauf (ed.), Handbook of Economic Growth, edition 1, volume 1, chapter 7, pages 473-552, Elsevier.
Beck T, Demirgüç-Kunt A and Levine R. (2000) A New database on the Structure and Development of the Financial Sector. The World Bank Economic Review, 14(3), pp. 597-605.
Khan MS. (1977). Variable expectation and the demand for money for money in high-inflation countries. The Manchester School; 45(3), pp. 270-93.
King RG and Levine R. (1993). Finance, entrepreneurship and growth. Journal of Monetary economics, 32(3), pp. 513-42.
Ladman, Jerry, and Tinnermeier, Ronald. (1981). The Political Economy of Agricultural Credit: The Case of Bolivi. American journal of agricultural economics, (63)1, pp. 66-72.
Porta RL, Lopez-de-Silanes F, Shleifer A and Vishny RW. (1998). Law and finance. Journal of political economy, 106(6), pp. 1113-55.
World Bank. (2007). World development report 2008: Agriculture for development. Washington, DC. : World Bank.
Yaron J, Benjamin M and Charitonenko S. (1998). Promoting efficient rural financial intermediation. The World Bank Research Observer, 13(2), pp. 147-70.